19/04/2021

SongkhlaFocus Unlimited Transmission

คณบดีกับบทบาทที่ท้าทาย! “ดร.รัชชพงศ์”ติดปีกบัณฑิตมรภ.สงขลา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เป็นกระแสข่าวที่น่าสนใจในรั้วมหาวิทายาลัยราชภัฎสงขลา รวมถึงวงการวิชาการรัฐศาสตร์ในภาคใต้ กับ “คณบดีหนุ่ม” และเป็น “คณบดีคนใหม่” ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งจะเริ่มทำงานในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

“เดิมทีผมได้รับโอกาสจากคณบดีท่านปัจจุบันท่าน ผศ.นาถนเรศ อาคาสุวรรณ ก่อนหน้านี้พอท่านรับตำแหน่งคณบดี ท่านก็มองเห็นว่าผมน่าจะมีศักยภาพพอที่จะทำงานให้กับคณะฯ ท่านก็ให้ผมมาช่วยงานเป็นรองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ”

ดร.รัชชพงศ์ ชัชวาลย์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์ฯ วัย 39 ปี หรือ “ด็อกเตอร์ตูน” ผู้เป็น “ศิษย์เอก” ซึ่งจบ ตรี-โท-เอก “รัฐประศาสนศาสตร์” จากคณะวิทยาการจัดการ (วจก.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) ที่มีตัวตน “เป็นคนดี มีทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” สอดคล้องอัตลักษณ์ของคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่เขากำลังจะเป็นคณบดีคนใหม่ กล่าว และว่า

 

ภารกิจงานของคณะฯ ซึ่งท่านคณบดีบอกว่างานค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากปัญหางานวิจัย ด้วยเหตุที่คณาจารย์มีภาระงานสอนค่อนข้างมาก เพราะคณะมนุษยศาสตร์ฯ จะต้องดูแลเรื่องวิชาศึกษาทั่วไป หรือ วิชา GE ค่อนข้างมาก ไม่ใช่สอนแค่เพียงคณะมนุษยศาสตร์ฯ แต่ต้องสอนให้กับทุกคณะในมหาวิทยาลัย เวลาในการทำวิจัยค่อนข้างน้อย ทำให้อาจารย์ขาดแรงจูงใจในการทำวิจัย ไม่มีเวลาพัฒนาข้อเสนองานวิจัย

 

“ผมรับโจทย์ตรงนี้มาวางแผนเรื่องการทำงาน สามารถปรับได้พอสมควร จนคณะฯ ก็ค่อนข้างที่จะโดดเด่นด้านการบริการวิชาการ จำนวนงานวิจัยก็มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งก็เป็นนโยบายของคณบดีที่ต้องการทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม กลายเป็นโอกาสให้ผมได้แสดงฝีมือ แสดงศักยภาพ”

“คณบดีท่านปัจจุบันหมดวาระ ซึ่งจริงๆ แล้วเมื่อท่านหมดวาระความตั้งใจของผมก็อยากให้ท่านเป็นต่อ แต่ท่านมีภารกิจที่จะต้องทำต่อไป เมื่อได้ลองมาถามกันดูในหมู่ผู้บริหารเรื่องการสานงานต่อไป บรรดารองคณบดีท่านต่างๆ ก็มองว่าตัวเขาเองก็ได้ทำงานมาในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งการวางแผนปรับพื้นฐานอะไรต่างๆ ค่อนข้างเยอะ บางคนก็มีอะไรที่อยากจะทำเช่นตำแหน่งทางวิชาการบ้างอะไรอย่างนี้ เขาก็ขอสละสิทธิ์ ผมเองเดิมทีก็ตั้งใจเหมือนกันว่าจะสละสิทธิ์”

 

“เมื่อไม่มีใครเข้ามา ผมก็อาสามาทำต่อ เพราะเราเริ่มมาค่อนข้างที่จะเป็นระบบแล้ว เราก็อยากให้คณะฯ เกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม”

 

“ในส่วนของกระบวนการสรรหา ซึ่งมีการนำเสนอวิสัยทัศน์ต่อสภามหาวิทยาลัยก็ได้รับการตอบรับมา ทางสภาก็อนุมัติให้ผมได้เป็นคณบดี ซึ่งจะเริ่มงานในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้”

 

ซึ่งการนำเสนอวิสัยทัศน์ต่อสภามหาวิทยาลัยนั้น ดร.รัชชพงศ์ เผยว่า เนื้อหาหลักสำคัญอยู่ที่ว่า “คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีความเป็นเลิศในการผลิตบัณฑิตและพัฒนาท้องถิ่นเพื่อก้าวสู่สากล”

 

อีกทั้ง ยังมีแนวคิดในการพัฒนาคณะมนุษยศาสตร์ฯ ที่มุ่งเน้นความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการทำงานภายในคณะฯ กับเครือข่ายหน่วยงานภายนอกที่เป็นเลิศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ดังต่อไปนี้
1) บัณฑิตมีงานทำไม่น้อยกว่าร้อยละ 80, 2) อาจารย์มีความเชี่ยวชาญจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและเข้าสู่การขอตำแหน่งทางวิชาการไม่น้อยกว่าร้อยละ 60, 3) หลักสูตรเป็นที่ยอมรับและมีจำนวนนักศึกษาเข้าเรียนตามแผนรับทุกหลักสูตร ร้อยละ 100, 4) มีผลงาน
วิจัยที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์และสามารถเผยแพร่ระดับชาติและนานาชาติปีละไม่น้อยกว่า 50 ผลงาน, 5) มีการพัฒนาชุมชนต้นแบบและหลักสูตรสร้างรายได้
และ 6) ผลการประเมินประกันคุณภาพการศึกษาที่เพิ่มขึ้น

 

ดร.รัชชพงศ์ กล่าวว่า การเข้ามารับตำแหน่งคณบดีครั้งนี้นับเป็นงานท้าทายที่ตนมุ่งจะทำออกมาให้สำเร็จ เป็นการทำงานที่ต้องก้าวให้ทันความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ปัจจุบันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างทางประชากรศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การก้าวเข้าสู่ยุค ‘Digital Disruption’ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ๆ ที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

“แรงบันดาลใจที่พาให้มาอยู่ ณ จุดๆ นี้ได้ส่วนหนึ่งก็คือ ผมเห็นศักยภาพของคณะฯ และมีความคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดึงศักยภาพของคณะฯ ออกมาให้มีความโดดเด่น”

 

ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลาทำงานเพื่อท้องถิ่น ดังนั้น คณะฯก็ต้องโดดเด่นในการพัฒนาท้องถิ่น

 

“ก่อนหน้านี้ที่เป็นอาจารย์ผู้สอนอย่างเดียว ก็ทราบว่าราชภัฎฯ ทำงานเพื่อชุมชนและสังคมมาก และเราเองก็ดูแลฐานราก นักศึกษาเราไม่ได้เป็นผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งราชภัฎฯ คือโจทย์ที่ช่วยเหลือกลุ่มคนในทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะมีฐานะหรือไม่มีฐานะมาเรียนที่ราชภัฎฯ ที่นี่พร้อมดูแลและช่วยเหลือคุณได้ ซึ่งค่าเล่าเรียนเราไม่ได้แพง ถือว่าเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน”

 

พอเข้ามาทำงานเป็นรองคณบดี ก็เห็นว่าจริงๆ แล้วราชภัฎฯ ไม่เพียงแค่ผลิตบัณฑิต ราชภัฎฯ ยังทำงานอื่นได้ดีอีกในการพัฒนาท้องถิ่น เมื่อเรารับเด็กเข้ามาก็เป็นเด็กที่อยู่ในพื้นที่ชุมชน ดังนั้น เวลาอาจารย์หรือเด็กลงไปทำงานกับชุมชน ก็ค่อนข้างที่จะมีศักยภาพมากในการเข้าถึงท้องถิ่นชุมชน“ผมมองว่าหากเราเข้ามาเป็นคณบดี เราก็จะหาจุดที่เหมาะสม ซึ่งจุดแข็งเรามีแล้ว”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม:
หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส ฉบับที่ 1,175(วันจันทร์นี้)

สมัครสมาชิกรายปีๆ ละ 1,500 บาท
ส่งถึงบ้าน โทร 0622452966

You may also like