16/05/2021

สงขลาโฟกัส "ข่าวใกล้ตัว สื่อรอบด้าน สร้างสรรค์"

ท่องเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ที่ “หัวเขา”

ในวิกฤติสถานการณ์โรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ประชาชนต้องหยุดอยู่บ้านอย่างเงียบเหงา ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ประชาชนหลายๆ คนต่างรอคอยเทศกาลเพื่อเดินทางออกเที่ยวไปยังต่างจังหวัด แต่เมื่อวิกฤติโรคระบาดกลับมาเยือนวันท่องเที่ยวของใครต่อใครหลายคน ก็พากร่อยกันไปหมด

วันนี้ สงขลาโฟกัส จะขอพาผู้อ่านหลายๆ ท่านได้ไปรู้จักกับสถานที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เพื่อท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงวันหยุดนี้ด้วยเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 1 วัน ณ ปลายสุดของแผ่นดินคาบสมุทรสทิงพระ ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร เมืองพหุวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างช้านาน

ท่องเที่ยวย้อนรอยประวัติศาสตร์ 1 วันเต็มไปในตำบลหัวเขา เดินทางง่ายโดยสารสบายด้วยแพขนานยนต์ข้ามฟาก หรือจะเดินทางมาทางเกาะยอด้วยทางหลวงหมายเลข 408

มองจากอีกฝั่งแพก็ยังเห็น สำหรับ “เจดีย์องค์ดำ-องค์ขาว” เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ก่อด้วยอิฐและหินฉาบปูนมีสีดำและสีขาว ตั้งคู่กันโดดเด่นบนยอดเขาแดง สร้างขึ้นเพื่อระลึกเมื่อครั้งที่มีการปราบกบฎเมืองไทรบุรี ในปี พ.ศ.2373 และกบฎหัวเมืองมลายู ไล่สายตาต่ำลงมาอีกหน่อยก็จะพบกับ “ป้อมหมายเลข 8” ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมที่ทำหน้าที่เป็นจุดสังเกตการณ์ทางทะเล รวมถึงใช้ในสงคราม มีหน้าที่สำคัญเพื่อสกัดกั้นข้าศึกในจุดแรกซึ่งมีปืนใหญ่ติดตั้งอยู่ ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิวสามารถมองเห็นเกาะหนู-เกาะแมวได้อย่างชัดเจน

เดินทางดูแหล่งศาสนสถานโบราณ เหมือนเดินหลุดไปในช่วงเวลาแห่งอดีต กับ 4 วัดซึ่งมีกำแพงติดต่อกัน ได้แก่ วัดสุวรรณคีรี ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะไทย-จีน-ฝรั่ง ถัดมา วัดบ่อทรัพย์ เป็นวัดที่มีความสำคัญที่ชาวบ้านใช้พึงพาอาศัย ทั้งอุปโภค-บริโภคน้ำจากบ่อของวัด ใกล้เคียงกันนั้น วัดศิริวรรณาวาส มีศิลปะที่สวยงามแสดงให้เห็นผ่านตัวอุโบสถ ยังคงมีความงามและขลังตั้งแต่ครั้งสมัยอดีต และวัดสุดท้าย วัดภูผาเบิก มีเอกลักษณ์ที่สวยงามด้วยโบสถ์ก่ออิฐถือปูน

เดินทาง ไปอีกไม่ไกลเพื่อไปยังศาสนสถานซึ่งรวมใจชาวมุสลิมหัวเขากับ มัสยิดอัศหาบุ้ลญันนะฮ์ หรือมัสยิดสีชมพู ซึ่งสร้างแล้วเสร็จมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ซึ่งนอกจากสถานที่จะใช้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานเพื่อการกุศลและกิจกรรมต่างๆ แหล่งให้ความรู้ประชาชนทั่วไป และยังเป็นสถานที่รวมใจซึ่งพร้อมเปิดรับประชาชนที่เข้ามาโดยไม่มีแบ่งแยกอีกด้วย

จบจากศาสนสถานสำคัญในพื้นที่ หากอยากเดินรับชมธรรมชาติ ก็ขับรถเข้ามายัง ชมรมอนุรักษ์ป่าชายเลน ตำบลหัวเขา เพื่อมาศึกษาดูธรรมชาติของป่าชายเลน และเดินรับลมเย็นๆ ในป่าโกงกาง หากสนใจอยากจะปลูกโกงกางก็ติดต่อมายังชมรมได้เช่นกัน ถือเป็นการท่องเที่ยวและร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติไปในตัว

 

ตกเย็นๆ ก็เดินทางต่อมายัง สะพานเชื่อมรักปากคลอง เพื่อรับชมวิวทะเลสาบสงขลา ดูพระอาทิตย์ตกยามเย็น และสอดส่องดูวิถีชีวิตชาวหัวเขา ซึ่งมีความผูกพันธ์กับผืนน้ำแห่งนี้ที่เป็นดั่งชีวิตของผู้คนที่นี่ ถือเป็นการปิดการท่องเที่ยวที่ดี

สำหรับผู้อ่านท่านใดที่กำลังว่างในช่วงวันหยุด คิดอยากจะออกไปเที่ยวโดยไม่วุ่นวายและไม่ต้องไปแออัดกับผู้คนมากมายให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ก็สามารถเดินทางไปที่ ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร ได้เพราะไม่เพียงแต่สถานที่ที่นำมากล่าว ก็ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ยังหลบซ่อนและรอคุณเข้าไปค้นพบด้วยตัวเองอีกมากมาย รับรองว่าคุณจะหลงรักสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน

You may also like