18/05/2021

สงขลาโฟกัส "ข่าวใกล้ตัว สื่อรอบด้าน สร้างสรรค์"

‘ผู้ทำทะเบียน’ เผยขั้นตอนทำทะเบียน พระทอง 27 องค์วัดเลียบ!

สำหรับการทำทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ นางสาวธีรนาฎ มีนุ่น ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ได้ให้ข้อมูลไว้ในเบื้องต้นว่า

“ในกระบวนการจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ นั้น ประกอบไปด้วยขั้นตอนหลักๆ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การกำหนดหมายเลขทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ การวัดขนาดโบราณวัตถุ การบันทึกข้อมูลโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ การทำเครื่องหมายบนโบราณวัตถุ และการถ่ายภาพโบราณวัตถุ”

สำหรับขั้นตอนของ “การกำหนดหมายเลขทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ” นั้นมีระบบการให้เลขทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ แบ่งเป็น 3 แบบ คือ 1) โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุมีเพียงชิ้นเดียว (1 รายการ มี 1 ชิ้น) ให้เลขทะเบียนเป็น ลำดับที่/ปีพุทธศักราช 2) โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุมีรูปทรง ขนาด ลักษณะลายตกแต่ง และทำด้วยวัสดุเหมือนกัน แต่อาจมีสีแตกต่างกัน ควรให้เลขทะเบียนแยกกันเป็นชิ้นๆ หรือทะเบียนต่อ 1 ชิ้น เหมือนกับแบบแรก คือ ลำดับที่/ปีพุทธศักราช และ 3) โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุเป็นชุดหรืออยู่ในชุดเดียวกัน 1 รายการ ประกอบด้วย วัตถุตั้งแต่จำนวน 2 ชิ้นขึ้นไป เวลาจัดเก็บก็ต้องวางอยู่ด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นลักษณะของการใช้งานร่วมกันของวัตถุชุดนั้น การให้เลขทะเบียนจะประกอบด้วยเลข 3 ส่วน โดยมีวิธีการให้เลขเป็น 2 ลักษณะ คือ เลขทะเบียนที่ใช้เฉพาะในการบันทึกลงบัญชีทะเบียน ประกอบด้วย ลำดับที่/ปีพุทธศักราช (จำนวนชิ้นทั้งหมด) และ เลขทะเบียนที่ใช้เขียนลงหรือหมายไว้บนตัววัตถุแต่ละชิ้นที่จะประกอบกันเป็นชุดเดียว ประกอบด้วย ลำดับที่/ปีพุทธศักราช/ลำดับที่ของวัตถุในชุด

การวัดขนาดโบราณวัตถุ มีมาตรที่ใช้วัด คือ เซนติเมตร การวัดมีหลักการที่แน่นอน คือ วัดส่วนที่สูงที่สุด ส่วนที่กว้างที่สุด หรือยาวที่สุด การเก็บข้อมูล ควรเริ่มต้นวัดความสูงเป็นสิ่งแรก ต่อไปคือ กว้าง หนา หรือเส้นผ่าศูนย์กลาง หากมีฐานจะต้องวัดความสูงและความกว้างของฐานด้วย หากเป็นเครื่องทอง เครื่องเงิน อัญมณี เพชรพลอย ลูกปัด จะต้องชั่งน้ำหนักและนับจำนวนด้วย และมีการใช้อักษรย่อในการวัดขนาด เช่น ส. คือ สูง ย. คือ ยาว เป็นต้น

การบันทึกข้อมูลโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เช่น เลขที่ (การกำหนดหมายเลขประจำวัตถุ) ชื่อผู้ครอบครอง สถานที่เก็บรักษา ชื่อโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ขนาด แบบศิลปะ/อายุสมัย/ฝีมือช่าง วัสดุ ลักษณะ/ปาง สภาพ และประวัติหรือตำนาน

การทำเครื่องหมายบนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โดยมีหลักเบื้องต้น คือ 1) ตำแหน่งที่จะเขียนและขนาดตัวเลขต้องเหมาะสม ไม่เด่นชัดเกินไป ไม่ทำลายความสำคัญของวัตถุ รวมทั้งไม่รบกวนสายตาผู้เข้าชมขณะจัดแสดง และควรใช้ตัวเลขอารบิคเพื่อความเป็นสากล 2) หากวัตถุมีฝาปิดที่แยกออกจากกันได้ มีฐานหรือชิ้นส่วนอื่นที่สามารถถอดแยกออกจากกันได้ จะต้องเขียนหมายเลขทะเบียนทุกส่วน 3) หากไม่สามารถเขียนเลขทะเบียนลงบนวัตถุได้ ต้องทำป้ายกระดาษแข็งเคลือบพลาสติกผูกติดกับโบราณวัตถุ

ขั้นตอนสุดท้าย การถ่ายภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มีหลักการดังต่อไปนี้ 1) หากวัตถุมีคราบฝุ่นละออง หรือคราบสกปรกจับอยู่ ต้องทำความสะอาดก่อน 2) หากวัตถุมีสีเข้มควรใช้ฉากหลังสีขาว หากวัตถุมีสีอ่อนควรใช้ฉากหลังสีดำ 3) การจัดวางภาพควรใช้กรอบภาพให้เหมาะสมกับรูปทรงของวัตถุ รูปทรงตั้งให้ใช้กรอบภาพแนวตั้ง รูปทรงยาวให้ใช้กรอบภาพแนวนอน 4) ควรเว้นช่องว่างในภาพให้เหมาะสม ไม่ควรเหลือพื้นที่ว่างในภาพมากหรือน้อยเกินไป 5) ควรให้เห็นมุมมองของวัตถุทั้ง 3 ด้าน ให้เห็นส่วนลึกของวัตถุ ซึ่งจะทำให้ภาพดูมีมิติ และวัตถุต้องเต็มชิ้น ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดหลุดกรอบภาพ 6) รูปทรงของวัตถุต้องชัดเจน ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือบดบัง ถ่ายภาพให้เห็นเฉพาะวัตถุเท่านั้น ไม่ควรเห็นวัตถุยื่นใด 7) ให้หมายเลขวัตถุกำกับในภาพด้วย 8) ภาพที่ต้องถ่ายคือ ภาพด้านหน้า ภาพด้านหลัง และด้านข้างทั้งสองด้าน 9) หากวัตถุนั้นมีจารึก ตัวอักษร ข้อความ หรือตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้ถ่ายสัญลักษณ์นั้นเก็บไว้เป็นการเฉพาะ 10) หากวัตถุที่มีลายโดยรอบ ควรถ่ายภาพหมดทุกด้าน 11) หากใต้ภาชนะมีตัวหนังสือ ต้องถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย 12) เปิดหรือเลื่อนกระจกออกก่อนจะถ่ายภาพวัตถุภายใน และ 13) ถ่ายภาพวัตถุครั้งละ 1 ชิ้นเท่านั้น ยกเว้น สิ่งของที่อยู่ในชุดเดียวกัน ซึ่งเมื่อถ่ายภาพรวมชุดแล้ว ให้นำวัตถุแต่ละชิ้นมาถ่ายแยกชิ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ ด้วยความแตกต่างไปของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่อาจจะด้วยรูปทรงที่หลากหลาย หรือด้วยสภาพความสมบูรณ์ นางสาวธีรนาฎ ก็ได้กล่าวย้ำว่า

“โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ บางชิ้น ไม่สามารถตั้งให้อยู่ในลักษณะที่ต้องการได้ด้วยตัววัตถุเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำวัสดุอื่นมาค้ำยัน เพื่อให้ตั้งอยู่ในลักษณะที่ต้องการได้ ต้องให้ความระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัยแก่วัตถุนั้นๆ มากที่สุด”

You may also like