09/05/2021

สงขลาโฟกัส "ข่าวใกล้ตัว สื่อรอบด้าน สร้างสรรค์"

รพ.นาหม่อมเตรียมพร้อม! รับสถานการณ์โควิดระลอกใหม่

 

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่กำลังลุกลามอย่างหนักอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ เวลานี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างมากสำหรับประชาชนในพื้นที่ ด้วยยอดผู้ติดเชื้อที่มีการเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน จนเวลานี้จังหวัดสงขลาได้กลายเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในภาคใต้ และกลายเป็นพื้นที่สีแดงอย่างเต็มตัว

 

ซึ่งการระบาดรอบนี้เรียกได้ว่า แม้ผู้ติดเชื้อจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอยู่ในทุกวัน แต่ทางจังหวัดสงขลาเองกลับมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ เครื่องอุปโภคบริโภค บุคลากรทางการแพทย์ และสถานที่รองรับผู้ป่วย เรียกได้ว่าแม้จะไม่เหลือเฟือ แต่ก็ ‘ยังเอาอยู่’

โรงพยาบาลนาหม่อมที่ตั้ง ‘โรงพยาบาลสนามหาดใหญ่นาหม่อม’ โรงพยาบาลสนามแห่งแรกที่รองรับผู้ป่วยโควิดตั้งแต่ระลอกเปิดตัวโควิดในไทยในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ในปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากมายก็ยังสามารถเตรียมความพร้อมในการรองรับได้อยู่อย่างเต็มที่ ด้วยคำว่า ‘ประสบการณ์’ และความช่วยเหลือจากทุกๆ ภาคส่วนในจังหวัด

 

นพ.ปพน ดีไชยเศรษฐ รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสงขลา และผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาหม่อม ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงโรงพยาบาลสนาม ซึ่งตนเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องดังกล่าว

“โรงพยาบาลสนามในขณะนี้ที่เราใช้อยู่ก็จะมีอยู่ประมาณ 3 ที่ด้วยกัน ที่แรกก็จะเป็นที่ โรงพยาบาลสนามหาดใหญ่-นาหม่อม โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และโรงพยาบาลสนามสวนประวัติศาสตร์ ของอบจ.สงขลา ซึ่งทั้ง 3 ที่ที่กล่าวมาเปิดใช้งานแล้ว ส่วนอีกที่ที่กำลังจะเปิดก็จะเป็นโรงพยาบาลสนามศูนย์ประชุมนานาชาติหาดใหญ่”

 

 

“เพียงพอต่อการรองรับครับ ซึ่งในการที่เราจะรับคนไข้เข้ามาตอนนี้ เราจะมีการเอกซเรย์ปอดก่อน เอกซเรย์ปอดแล้วจึงจำแนกผู้ป่วย กรณีที่หนึ่งคือ ถ้าเกิดคนไข้ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยก็จะมีการส่งไปโรงพยาบาลสนามหรือโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดสงขลา กรณีที่สองคือ คนไข้ที่มีอาการเล็กน้อยมีปัจจัยเสี่ยงเป็นเบาหวานความดันสูงโรคหัวใจหรืออายุมากกว่า 60 ปีเราก็จะส่งไปโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดสงขลา ก็คือ กลุ่มที่มีอาการน้อยปัจจัยเสี่ยง และกรณีที่สามคือ คนไข้ที่เอกซเรย์แล้วมีภาวะของปอดอักเสบอันนี้จะส่งไปที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก็จะแบ่งออกมาเป็น 3 – 4 กรณี ถ้าไม่มีอาการ อาการน้อย อาการมาก ปานกลาง และอาการหนัก อาการปานกลางกับอาการหนักก็คือจะอยู่โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คนไข้ที่ไปโรงพยาบาลสนาม คือ คนไข้ที่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อย เราก็ไม่มีภาวะปัจจัยเสี่ยง”

 

สำหรับมาตรฐานการตั้งโรงพยาบาลสนามนั้น นพ.ปพน ก็ได้กล่าวย้ำให้มั่นใจว่า ปลอดภัยและวางอยู่บนมาตรฐานที่ทางสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างแน่นอน

“ทุกแห่งที่เราเปิดก็ใช้ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ก็คือเราจะดูเรื่องของสถานที่ และจะดูเรื่องของโครงสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยทั้งหมด เรื่องของระบบอากาศ เรื่องของการบำบัดน้ำเสีย อันนี้คือความปลอดภัยที่จะสร้างในโรงพยาบาลสนาม และจะดูแลทุกอย่างเลย ส่วนเรื่องของการรักษาความปลอดภัยสำหรับเรื่องของบุคลากร อันนี้ก็เป็นเรื่องของการแพทย์ครับ”

และที่เป็นกังวลและเป็นคำถามกับประชาชนทั่วไปมากที่สุดนั่นก็คือ ความสามารถในการรองรับผู้ป่วยและเตียง นพ.ปพน กล่าวว่า

“ในเรื่องของตัวโรงพยาบาลทั้งหมดก็จะมีประมาณ 300 กว่าเตียง อันนี้ก็น่าจะพอ รวมถึงโรงพยาบาลสนามอีก รวมแล้วก็น่าจะ 1,000 กว่าเตียงที่รองรับผู้ป่วยได้ในขณะนี้ ถ้าอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นวันละ 30 ราย เรารองรับได้แน่นอน แต่ถ้าเกิดอัตราเพิ่มมากกว่านี้ เช่น สมมติว่ามีการระบาดเกิดขึ้นสัก 100 คนต่อวัน เราอาจจะเพิ่มโรงพยาบาลสนามได้ ซึ่งผมได้มีการเตรียมไว้แล้ว แต่ก็คาดการณ์ว่าผู้ป่วยน่าจะไม่เยอะ สักวันละ 20 – 30 เราก็สามารถจะดูแลได้อยู่ เนื่องจากจะมีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาชุดแรกครบ 14 วัน เราก็จะให้กลับบ้าน ก็จะมีเตียงรับผู้ป่วยเพิ่มได้อีก”

อีกทั้งยังกล่าวย้ำว่า อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับใช้ในการตรวจหาเชื้อนั้นมีเพียงพออย่างแน่นอน

“น้ำยาและเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจมีเพียงพอ เพราะ เรามีการสำรองไม่ต่ำกว่า 5,000 ชุดแล้ว ก็เพียงพอสำหรับการตรวจของพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลาครับ”

และสุดท้าย นพ.ปพน เองก็ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยความเป็นห่วงกับประชาชน ว่า

“ก็อยากจะฝากให้พี่น้องประชาชนดูแลตัวเอง และใช้มาตรการ DMHTT อย่างเช่น การป้องกันตัวเรา อยากให้อยู่บ้านหยุดแพร่เชื้อเพื่อทุกคน ผมก็จะใช้สโลแกนนี้อยู่ ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อทุกคน’ ก็จะได้ปลอดภัยกับทุกคน”

 

You may also like