18/05/2021

สงขลาโฟกัส "ข่าวใกล้ตัว สื่อรอบด้าน สร้างสรรค์"

สถานการณ์โควิดกับผู้ประกอบการ นายก SME ย้ำ!ปชช.ต้องได้รับวัคซีน

ปัจจุบัน ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กำลังลุกลามอย่างวงกว้าง โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาซึ่งมีอัตราการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงสุดในภาคใต้ ก็ทำให้ภาคส่วนต่างๆ ในด้านการบริการและการท่องเที่ยวต่างพากันซบเซาและล้มไปอย่างไม่เป็นท่า ผู้ประกอบการน้อยใหญ่หลายราย ณ ขณะนี้ต่างก็พากันดิ้นรนเพื่อคงธุรกิจให้อยู่ได้ เพราะ ยังไม่ทันจะฟื้นตัวจากพิษโควิดระลอก 1-2 ระลอก 3 รอบนี้มาอีกยิ่งทำเอาอ่วมกันไปหมด ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการที่แย่แล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปอีกเท่าตัว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นายนิพัฒน์ อุดมอักษร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายกสมาคม SME จังหวัดสงขลา ซึ่งแสดงความเป็นกังวลอย่างมากต่อภาคเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาในสถานการณ์ปัจจุบัน

“ผมว่าตอนนี้ที่คุยกันไว้ เพราะ หลายๆ ท่านที่เป็นสมาชิกของสมาคม SME ได้รับผลกระทบเยอะมาก ตอนนี้ก็คือช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมภายนอกเลย เรางดหมดเลยทุกอย่าง หลายๆ กิจการของเพื่อนสมาคม SME ได้รับผลกระทบและปิดกิจการไปเลย อย่างเช่น ร้านอาหารป่ายาง ซึ่งได้ติดโควิดด้วยและปิดกิจการไปด้วยชั่วคราว และล่าสุดร้านสวนอาหารชื่นสุข และอีกหลายๆ กิจการ อย่างเช่น โรงแรมคริสตัล ที่เป็นสมาชิกสมาคม SME ของเรา”

“ตอนนี้เหมือนกับเราต้องพักกัน กิจกรรมของเราจะไม่ทำกันเลยรวมถึงการประชุม ซึ่งจะอาศัยการโทรศัพท์พูดคุยกัน ผมซึ่งอยู่ในส่วนของภาครัฐ ซึ่งก็คือ อบจ. หากมีอะไรก็จะพยายามส่งข่าวกับสมาชิกอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นก็พยายามบอกกล่าวสมาชิกให้คอยป้องกันไม่ให้เป็นภาระต่อสังคม ซึ่งตอนนี้ก็เน้นมากสำหรับภาคการบริการ อย่างเช่น ร้านอาหาร โรงแรม เราพยายามให้เขาเน้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ”

นายนิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในรอบนี้หนักหนาสสาหัสและส่งผลกระทบกับประชาชนเป็นอย่างมาก

“ผลกระทบในรอบที่ 3 นี้ผมถือว่าหนักมาก และผมก็คิดว่ามันน่าจะเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ผมพยายามบอกให้สมาชิกในสมาคมทุกคนร่วมกันป้องกันดูแลรักษาตัวเอง เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยต่อตัวเองและครอบครัวหรือผู้คนรอบข้าง แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมได้อย่างมากแล้ว”

ทั้งนี้ การดำเนินการเพื่อพยุงและพาบรรดาผู้ประกอบการให้สามารถอยู่รอดและปรับตัวต่อไปได้ นายนิพัฒน์ ได้กล่าวถึงแผนงานที่ตนตั้งใจไว้ว่า

“ในภาคเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา ล่าสุด เราทำแผนเพื่อจะของบประมาณ ในการจัดงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในนามของสมาคม SME ไปหลายโครงการด้วยกัน อย่างเช่น การจัดงานในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ก็ขอไปประมาณ 4-5 โครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อยากจะให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดให้มากขึ้น ก็ได้ดำเนินโครงการไปแล้ว โครงการนี้ก็จะขอดำเนินการกับทางส่วนกลางซึ่ง อบจ. เป็นผู้ผลักดันให้ อาทิตย์หน้าก็จะมีการพิจารณาในส่วนนี้ นี่คือส่วนหนึ่ง ในส่วนต่อไปเราก็จะคุยกับทางธนาคารในด้านของการเงิน ตรงนี้จะทำการสนับสนุนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผมจะมีการคุยกับทาง SME Bank เพื่อจะกระตุ้นให้ปล่อยเงินกู้กับผู้ประกอบการ SME ซึ่งในส่วนของสมาชิกของเราก็เข้าใจว่ากำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ถ้าไม่มีเงินมาซัพพอร์ตตรงนี้ก็จะแย่มาก ตอนนี้กำลังติดต่อไปยัง SME Bank อยู่ และคาดว่าหลังโควิดหรืออาจจะประมาณสักเดือนสองเดือน น่าจะมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อที่จะผลักดัน อย่างเช่น การปล่อยดอกเบี้ยขั้นต่ำ 1% อะไรอย่างนี้ เพื่อที่จะช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ”

ทั้งนี้ ในระยะยาวทิศทางที่สมาคม SME กำลังจะเดินไปนั้น นายนิพัฒน์ มุ่งหวังให้เกิดการรวมตัวของภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในทุกระดับ โดยเน้นย้ำว่าจะต้องมีทิศทางเดียวกัน

“คือตรงนี้ที่เรามีแน่นอนก็คือในเรื่องของ MICE CITY ที่ร่วมกับ SCEB ซึ่งทางเราสมาคม SME จะมีการทำร่วมกับชุมชนด้วย ในส่วนของการจัดงาน MICE อย่างเช่น เรามีการจัดงานวิ่งระดับชาติ ที่มีนักวิ่งที่มาจากหลายจังหวัดจากต่างชาติก็มี ซึ่งหลังจากที่ได้มาวิ่งกับเราแล้ว เราก็จะมีในส่วนของการท่องเที่ยวที่จะต่อเนื่อง อย่างเช่น One Day Trip สมาคม SME ก็จะเป็นเจ้าภาพในการจัดและอีกอย่างหนึ่ง ที่เราจัดงานก็เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เราก็จะจัดในระยะเวลาเดียวกันเพื่อที่จะเชื่อมต่อกัน ผมยกตัวอย่าง งานวิ่งที่เราจัดขึ้นมาก็จะมีนักจัดงานวิ่งมาติดต่อเรา เขามีกลุ่มนักวิ่งมาประมาณ 7-8 พันคน หลังจากที่วิ่งเสร็จแล้วเขาอาจจะมาเที่ยวงานที่เราจัดขึ้น อาจจะเป็นในภาคกลางวันและภาคกลางคืนต่อเนื่อง ในช่วงวันต่อมา ก็จะมีการท่องเที่ยว One Day Trip ของเราอีก ผมพยายามทำเรื่องเหล่านี้ให้เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ก็ได้คุยกับทาง SCEB ด้วยว่าคุณจะมีกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเป็นงานใหญ่ๆ คุณต้องบอกกับพวกเราด้วย เพื่อที่จะเชื่อมโยงไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างขับเคลื่อน ล่าสุดผมได้เชิญคณะกรรมการของ กกร. ก็คือภาคเอกชนร่วมกัน อย่างเช่น หอการค้าฯ , YEC , สมาพันธ์ SME สมาคม SME และองค์กรอื่นๆ มาคุยกันว่าต่อไปการจัดงานหรือการจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ จะต้องมีการคุยกัน ต้องรวมกันให้เป็นหนึ่งโดยอยากให้ร่วมกันคิดและร่วมกันทำ ผนึกให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อที่จะพัฒนาจังหวัดสงขลา”

“การแก้ปัญหา ก็คือ ถ้าเราจัดอะไรสักอย่างให้คนเข้าพื้นที่ของเราให้ได้เยอะๆ อย่างเช่น กลุ่มคนที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อที่จะมาศึกษาดูงานหรือท่องเที่ยว การใช้จ่ายเงินก็จะสูงขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อมีคนเข้ามาเยอะเมืองก็จะได้รับผลประโยชน์ เศรษฐกิจก็จะได้รับผลประโยชน์ มันจะเอื้อกันหมด ซึ่งตรงนี้ผมไม่ได้ทำแค่เฉพาะหาดใหญ่แต่ผมทำทั่วทั้งจังหวัดสงขลา โดยหลังจากผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมงานแล้ว เราก็จะมีการผลักดันให้ผู้คนได้ออกไปรอบนอกในจังหวัดสงขลา เราก็จะมีการจัดจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นหรือสินค้า OTOP มันก็จะกระจายรายได้ออกไป ซึ่งผมคิดว่าอย่างน้อยโครงการนี้ควรต้องมีเดือนละ 1 ครั้ง ที่จะมีการจัด One Day Trip แต่รอบนี้โควิดเข้ามาเสียก่อนเลยต้องหยุดละงักไป ซึ่งในที่นี้แม้จะยังจัดไม่ได้แต่เราก็ต้องมีการเตรียมการไว้ หากวันที่โควิดซาลงเมื่อไหร่ เราก็พร้อมที่จะดำเนินการโครงการได้ทันที”

สุดท้าย นายนิพัฒน์ ได้คาดการณ์ไว้ถึงสถานการณ์ที่จังหวัดสงขลาจะฟื้นฟูขึ้น ซึ่งตนก็หวังว่าทางรัฐบาลจะให้ในส่วนของท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือ เพื่อเร่งการฉีดวัคซีน โดยจะนำมาซึ่งการป้องกันความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดได้ดีขึ้น

“ผมว่าน่าจะช่วงปลายปีหรือช่วงต้นปี 2565 เพราะดูจากวัคซีนที่ออกมา ประชาชนเรามีจำนวนเยอะมากกว่าจะฉีดครบคิดว่าต้องใช้เวลาเป็นปี หรือไม่อาจจะมีการฉีดแค่เพียง 50 % ก็พอ ผมก็ภาวนาว่าภาครัฐจะต้องให้ในส่วนของท้องถิ่นเข้ามาช่วย ถ้าคุณไม่ให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วย คุณก็ทำได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมันไม่ถือว่าเป็นการป้องกันได้ ยังไงก็ต้องให้ท้องถิ่นช่วยเพื่อให้มีการผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนให้ไวที่สุด หากเราป้องกันได้ดีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็จะเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้จังหวัดสงขลาดีขึ้น ซึ่งถ้าเป็นไปตามการคาดการณ์ของผม ผมก็คาดไว้ว่าในต้นปี 2565 น่าจะดีขึ้นและน่าจะปรับตัวได้” นายนิพัฒน์ กล่าว

You may also like