06/05/2021

ข่าวใกล้ตัว สื่อรอบด้าน สร้างสรรค์

ส.ส.พปชร.ใต้พบ”ธรรมนัส” “อรุณ”ขอช่วยแก้ราคาพริกตกต่ำ

27/4/64 ร.ต.อ.อรุณ​ สวัสดีส.ส. เขต 4 สงขลา พร้อมส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ในจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ตได้เข้าพบ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรัฐมนตรีผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลพื้นที่ จ.สงขลา.จ.นครศรีธรรมราช. จ.ภูเก็ตเพื่อนำปัญหาข้อมูล ความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรปลูกพริก เดือดร้อนเนื่องจากราคาตกต่ำ

“ท่านได้รับเครื่องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ไม่ว่าตลาด อตก.ทั่วประเทศ บริษัทผลิตซอสพริก พริกแกง อื่นๆ อีกทั้ง ท่านจะลงพื้นดูที่และเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะยาวอย่างเร่งด่วน” ร.ต.อ. อรุณ กล่าว

พร้อมกันนั้น ได้ทำหนังสือราย
นาสถานการณ์ปัญหาเกษตรกรปลูกพริก และพืชผลการเกษตร ตกต่ำถึงร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดไทยขับเคลื่อนไปด้วยกัน ระดับพื้นที่ จังหวัด สงขลา นครศรีธรรมราช ภูเก็ตว่า เนื่องจากเกษตรกรปลูกพริกในพื้นที่ จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่หลายจังหวัด ประสบปัญหา ราคาพริก ตกต่ำที่สุด เป็นประวัติการ ราคารับซื้อ หน้าสวน ณ.วันนี้(26 เมษายน 2564) กิโลกรัมละ 9 บาท อนาคต อาจถึง กิโลกรัม 6-8 บาททำให้เกษตรกร ขาดทุน เดือดร้อนแสน สาหัส


ปัญหาราคาพริกตกต่ำ ตอนนี้ ที่ราคาลดลงไปถึง 6-8 บาท/กิโลกรัม มีปัจจัยดังนี้

1. สาเหตุหลัก ตลาดของเกษตรกรมีน้อยเกินไป ตลาดหลักๆ ที่รับซื้อคือ ประเทศมาเลย์เซีย สิงคโปร์รับซื้อ90% ของมวลรวมสินค้าที่ออกมาจากภาคการผลิตทั้งหมดของจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช ซึ้งเเตกต่างจากภาคเกษตรของอีสานกับภาคเหนือที่ยังมีตลาดกลางของประเทศรองรับอยู่บ้าง เช่น ตลาดไท(ปทุมธานี) ตลาดศรีเมือง(ราชบุรี) ตลาดสี่มุมเมือง(ปทุมธานี) ทำให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาต้องพึ่งตลาดประเทศมาเลเซียเป็นหลัก และในภาวะภายในประเทศมาเลเซียตอนนี้ มีการเข้มงวดในการใช้ชีวิตประจำวันของประชากรในมาเลย์เซียมาก คนที่เคยออกมาซื้อสินค้าก็ลดหายไป การบริโภคก็ลดลง โรงเรียนปิดภาคเรียน บริษัทโรงงานร้านค้า ก็ปิดชั่วคราวป้องกันไวรัสโควิด 19 ทำให้ตลาดขายของลำบาก พ่อค้ามาเลย์ไม่ยอมขาดทุนเพื่อช่วยเกษตรกรบ้านเราอยู่เเล้ว ของขายยาก ขายไม่ได้ราคา ก็มากดราคากับคนส่งออก ทำให้คนส่งออก ไม่มีทางเลือกก็มากดราคา กับ พ่อค้าคนกลาง คนรับซื้อ ทำให้ความทุกข์เกิดกับเกษตรกรโดยทันที

2. เกิดจากปัญหาของเกษตรกรขาดเงินทุนในการทำการเกษตร เกษตรกรมีฝีมือดี มีความตั้งใจ อยากมีอาชีพ เเต่ไม่มีเงินทุน จึงไปขอเงิน จากพ่อค้าคนกลาง นายหน้ารับซื้อ มาซื้อ เมล็ดพันธ์ ปุ๋ย ยา ในการทำการเกษตรกร โดยอาศัยว่า ค่อยชำระคืนในวันที่ผลผลิตออก โดยมีเงื่อนไขว่า ให้คนกลาง นายหน้าเป็นคนกำหนดราคารับซื้อ ปัญหานี้ก็มีทุกพื้นที่ครับ เกษตรกรรับเงินทุนที่มีการผูกขาดทางการค้าเเบบนี้ย่อมทำให้เกษตรกร ขาดเอกภาพ ขาดอำนาจในการตัดสินใจ ในการขายผลผลิตตัวเองในราคาที่ดีที่สุด เพราะพ่อค้าคนกลางย่อมไม่ยอมเสียเปรียบอยู่เเล้ว จะกดราคาให้ต่ำที่สุด ในการรับซื้อ เพราะเขาคิดว่าเขาเป็นผู้ออกทุนให้ก่อน เเต่จริงๆคนที่เหนื่อย คนที่ลำบากคือเกษตรกร จึงอยากให้ภาครัฐเขามาสนับสนุนจริงๆจังในเรื่องนี้ เพราะพริกก็เป็นสินค้าส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศสูงเหมือนกัน

3. ระบบรับซื้อเเละส่งออก ปัญหานี้มีอยู่นานมาก คือ ตอนนี้ การกำหนดราคามันอยู่ที่ปลายทาง คือตลาดประเทศมาเลเซีย ซึ่งการกำหนดราคาซื้อมาให้คนขาย ทำช่องว่างของราคามันห่างจนเกินไป ทำให้ระหว่างผู้ขายต่างประเทศ คนกลาง คนส่งออก เกษตรกร เกิดความเลื่อมล้ำ มาก เช่น ข้อมูล ณ วันที่ 26 เมษายน 2564 ตลาดขายส่งที่ประเทศ มาเลเซีย
– ขายพริกที่ประเทศมาเลย์กิโลกรัมละ 24 บาท
– พ่อค้ามาเลเซีย ให้ราคาซื้อกับผู้ส่งออกไทย 18 บาท (พ่อค้ามาเลเซียเอาค่าดำเนินการ+กำไรไป 6 บาท /กิโลกรัม )
– ราคามาถึงประเทศไทย 18 บาท ผู้ส่งออกไทย มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน+กำไร ประมาณ 5 บาท ผู้ส่งออกรับซื้อพ่อค้าคนกลาง 13 บาท
– พ่อค้าคนกลางได้ราคามา 13 บาท หักค่า ใช้จ่ายดำเนินงาน คฝ+ขนส่ง+ กำไร 4-5 บาท ส่งต่อให้ชาวสวน 8 -9 บาท
-ชาวสวนได้มา 9 บาท หักจ้างคนเก็บ 6 บาท เหลือ 3 บาท ทุกข์มาเกิดกับเกษตรกร เห็นภาพได้เลยว่าตั้งเเต่ปลายทางจนถึงคนกลางเเทบไม่มีอะไรเสียหายเลย มีเเต่เกษตรกรผู้ปลูกที่รับขาดทุนอยู่ฝ่ายเดียว ค่าจ้างเเรงงานเก็บก็ 6 บาทเเล้ว เหลือเข้ากระเป๋าตัวเองไม่ถึง 3 บาทหรือขาดทุนด้วยซ้ำ ในเมื่อระบบมันเเย่ขนาดนี้ ผมจึงเห็นควรให้เปลี่ยนระบบใหม่ ให้การรับซื้อจากเกษตรกร จนถึงการขาย สู่ผู้บริโภค ให้มีความยุติธรรม ที่สุด

4. เกษตรกรไม่มีความรู้ความสามารถ ในการเก็บกักตุนสินค้าในเวลาราคาตกต่ำ ตัวอย่างเช่น ภาคเหนือ ในเวลาสินค้าประเภท หอมใหญ่ ขิง มันฝรั่ง มีราคาตกต่ำ พ่อค้าใหญ่ในพื้นที่ มีการกว้านซื้อ ในราคาถูก มาเก็บในห้องเย็น เพื่อรอราคา เพื่อทำให้ตลาดขาดสินค้า ทำให้หลัก ดีมาน ซัพพลาย มันผิดไป ทำให้ราคาของสินค้าตัวนั้น มีราคาสูงขึ้น หลังจากตลาดขาดเเคลนสินค้าตัวนั้น ซึ้งเรานำระบบนี้ มาใช้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกได้ หาเเหล่งห้องเย็นที่ได้มาตรฐาน มีความเย็น ในการเก็บสินค้าได้สักระยะ ถ้าราคาต่ำ ให้มีตัวกลางภาครัฐหรือรูปเเบบสหกรณ์ก็ได้ รับซื้อผลผลิต เก็บกักตุนสินค้า ให้มากที่สุด ซื้อในราคาที่เกษตรกรไม่ขาดทุน และ ผู้ที่รับซื้อเองคิดคำนวณเเล้วว่า ไม่ขาดทุน ถ้าปลายทางสินค้าขาดตลาด ราคายังไงก็ขยับเเน่นอนตามหลัก อุปสงค์ (Demand) อุปทาน (Supply) วิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกร ไม่กดดัน จากนายหน้า คนกลาง ผู้ส่งออก จนเกินไป เพราะโดนบีบในเรื่องของอายุการเก็บเกี่ยวพริก หากไม่เก็บจะเน่า เสีย เพราะไม่มีเเหล่ง กักเก็บ

วิธีเเก้ปัญหา ระยะสั้นควรทำอย่างรีบด่วน
1. ควรให้หน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่พอมีกำลัง มาช่วยพยุงราคา ไว้ก่อนที่เกษตรกรจะล้มหมดลมหายใจก่อน หาวิธีหาบุคลากรภาคเกษตรมาให้ความรู้ ว่าทำยังไงให้สามารถ ไว้ให้ผลผลิตเป็นสีแดงได้ โดยไม่เน่า ไม่เสีย เพราะพริกเเดงมีตลาดความต้องการที่มากกว่าพริกเขียว เเละเก็บกักตุนได้นานกว่าพริกเขียวถ้าเกษตรกร มีความสามารถในการปลูกพริกเเดง จะทำให้เกษตรกรมีทางเลือกมากขึ้น เเละควรรีบรับซื้อผลผลิตพริกเขียวที่กำลังมีมากในช่วงนี้ ออกสู่ตลาดให้มากที่สุด เเต่จะต้องมีทุนมาพยุงราคาในส่วนต่าง ในช่วงนี้ก่อน เพื่อรักษาเกษตรกรให้อยู่รอดผ่านช่วง1-2เดือนนี้ไปก่อนหลังจากนั้น ราคาพริกน่าจะขยับขึ้นอีกมาก

2.จัดหาห้องเย็นเพื่อฝากกักเก็บสินค้าให้เกษตรกร หรือพ่อค้า ไว้ก่อน วันที่ราคาตกต่ำพริก มีอายุเก็บได้ 7 วัน วันนี้สินค้าในตลาดน้อย พรุ่งนี้ราคาขยับขึ้นแน่นอน ตามหลัก อุปสงค์ (Demand)อุปทาน (Supply) อยู่แล้ว ตลาดขายส่ง เขาขายวันต่อวัน

 

วิธีเเก้ปัญหา ระยะยาวเเบบยั่งยืน 1. ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการปลูกพริกส่งออกให้มากกว่านี้ เพราะเป็นสินค้าที่สร้างเเบรนด์ให้ประเทศ คำว่า พริก มันก็บอกอยู่เเล้วว่าบ้านเราอาหารรสชาติจัดจ้านขึ้นชื่ออยู่เเล้ว, 2. ควรให้ความรู้ภาคการผลิตให้มาก หาผู้เชียวชาญมาให้ความรู้ทางเกษตรบ่อยๆ มาบอกนวัตกรรมใหม่ๆให้เกษตรกร เพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถในการผลิต

3.สนับสนุนเเหล่งทุนดอกเบี้ยถูก ในการเพาะปลูกโดยไม่มีเงื่อนไขมากเเละให้เข้าถึงเเหล่งทุนได้ง่ายกว่าในปัจจุบันที่ จะหาทุนทีต้องมีโฉนดไปวาง ธกส มันลำบาก, 4. เกษตรกรเมื่อมีทุนมีความสามรถสูงในการผลิต พาณิชย์ควรมีส่วนรวมในการหาตลาดให้เกษตรกร ทั้งทาง ออนไลน์ และออฟไลน์ ไม่ต้องให้เกษตรกร ขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ให้เสียค่าการตลาด เพราะตอนนี้ มีเเอปพิเคชั่น มากมายในการเสนอขายสินค้าออกสู่ตลาดโลก เพียงเเต่เกษตรกรอาจขาดความรู้ในการทำ

 

5. จัดตั้งกลุ่ม สหกรณ์ วิสาหกิจ พริกให้ทุกพื้นที่ เพื่อจะได้ปรึกษาหารือ ปัญหา ทั้งเรื่อง ผลิต ตลาด จะได้มีอำนาจต่อรอง กับ ผู้รับซื้อ ไม่ต้องเป็นเบี้ยล่างให้กับพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป, 6. สร้างตลาดกลางสินค้าการเกษตร จังหวัด สงขลา มีห้องเย็นกักเก็บสินค้า และระบบขนส่ง การดำเนินการส่งออกที่สะดวก, 7. ควรสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่าย ร้านค้าขายส่ง ที่เป็นของตัวเเทนกลุ่มปลูกพริก ไปเปิดขายในอำเภอ จังหวัด หรือปต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย โดยตรง ไม่ต้องกังวลว่าจะขายไม่ได้ อำนาจในการขาย อยู่ที่ใครมีสินค้าอยู่ในมือมากกว่าผู้นั้นคือผู้กำหนดราคา เราจะได้ให้ราคาที่ขายคืนสู่ภาคเกษตรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้เกิดความยุติธรรมกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เเละจะยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของภาคเกษตร สร้างความมั่น คงมั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ ได้อย่าง เเน่นอน

You may also like