‘จังหวัดปัตตานี’รุกแก้ปัญหารอบด้าน ลดเหลื่อมล้ำ-หนุนชุมชนจัดการตนเอง

เพิ่มหัวเรื่อง 23

จังหวัดปัตตานี รุกสร้างสังคมเป็นสุข พัฒนากลุ่มสตรี จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือพัฒนากลุ่มเปราะบาง พุ่งเป้าแก้ปัญหาความยากจน สุขภาวะเด็กปฐมวัย พร้อมหนุนคณะกรรมการหมู่บ้านแก้ปัญหายาเสพติด ความปลอดภัยชุมชน

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดปัตตานี ว่าในการพัฒนาความเป็นอยู่ประชาชน หลายหน่วยงานพยายามแทรกซึมเข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ซึ่งเป้าหมายกิจกรรมบางอย่างเราต้องการโชว์ศักยภาพของผู้หญิง พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้หญิง “ล่าสุดที่เราทำในนามของสถาบันพัฒนาผู้หญิงคือ ผู้หญิงพูดคุยกับเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งมีข้อเสนอที่น่าสนใจ เช่น 

การให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้หญิงต่อเวทีเจรจา รับฟังความคิดเห็น หรือบทบาทของผู้หญิงกับการขยับในเรื่องการยุติความรุนแรง เสริมเข้าไปในบทบาทภาคประชาสังคม”

ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จังหวัดได้ร่วมกับมูลนิธิช่วยเหลือคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดสร้าง “ศูนย์พัฒนาทักษะและคุณภาพชีวิตคนพิการทางสติปัญญาจังหวัดปัตตานี” ขึ้นที่ ต.ปูยุด อ.เมืองปัตตานี ดำเนินการวางฐานรากและเริ่มก่อสร้างไปแล้วคาดว่าปีหน้าอาคารเสร็จ และขณะนี้อยู่ในการเตรียมดำเนินการ เตรียมคนทำงาน

ส่วนที่สองคือ ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนพิการจังหวัดชายแดนใต้ ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก ซึ่งเป็นการดำเนินการทั้งระบบ ขณะนี้เราได้จัดซื้อที่ดินแล้วและกำลังออกแบบอาคาร โดยได้จัดกิจกรรมหารายได้จากหลายๆ ภาคส่วนเพื่อดำเนินการ ขณะเดียวกัน การส่งเสริมอาชีพก็ยังดำเนินการกันอยู่“ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนพิการฯ หลายๆ ส่วนมาช่วยกันรณรงค์หารายได้เพื่อดำเนินการ ขณะนี้เราได้ที่ดินสำหรับการก่อสร้างแล้ว พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ซื้อในนามมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ เมื่อสร้างเสร็จก็จะให้เขาบริหารจัดการโดยการหนุนเสริมของมูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ” ผู้ว่าฯพาตีเมาะ กล่าว และว่าในการประกอบอาชีพ น้องๆ กลุ่มผู้พิการเขาก็ทำกันอยู่ มีทั้งช่างประกอบทำรถเข็น และช่างฝีมืออื่นๆ เพียงแต่อีกไม่นานเขาจะได้มีศูนย์ของเขาเอง คาดหมายว่าภายในปีหน้าก็จะสามารถดำเนินการ 

ปฏิบัติงานได้โดยเราได้รับความช่วยเหลือจาก ศอ.บต. กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในเรื่องการบริหารจัดการโครงการนี้ รวมทั้งการศึกษาฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ในการบริหารจัดการ การทำธุรกิจ “เป็นการร่วมมือของจังหวัด หน่วยงานในจังหวัด ศอ.บต. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการยกระดับนักศึกษา” ส่วนการพัฒนาอาชีพคนพิการ เราจับมือกับวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก ปัตตานี เพื่อฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งล่าสุดเราให้ทางวิทยาลัยฯ เปิดหลักสูตรสาขาซ่อมเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งมีอยู่ในหลักสูตรปกติทั่วไป 

“ปัจจุบันเรามีเครื่องมือแพทย์จำนวนมากที่ชำรุดเสียหาย และก็ปล่อยให้ชำรุดเสียไปแล้วซื้อใหม่ เราจึงตั้งสาขานี้ขึ้นมา รพ.สต.ไหนที่เครื่องไม้เครื่องมือหลุด หลวม สามารถซ่อมแซมและใช้งานได้ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการเรียนรู้อบรมสาขาวิชานี้ทำการซ่อมแซมปรับปรุง ซึ่งขณะนี้สาขาวิชานี้ก็เปิดทำการเรียนการสอนแล้ว” 

ผู้ว่าฯ พาตีเมาะ กล่าวต่อว่า กำลังมองในภาพรวมของจังหวัดว่า โครงการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปเป็นอย่างไร ที่บรรลุผลไปแล้วอย่างไร หรือที่มีปัญหาติดขัดอะไรบ้าง ก็จะได้แก้ไขเติมเต็มลงไป เช่น การที่เราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาความยากจนจังหวัดปัตตานี โดยพุ่งเป้าการแก้ปัญหาอย่างแม่นยำ “ปัญหาความยากจนมี 4-5 ด้านคือ ด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม การทำมาหากิน อาชีพและเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้ หลังจากที่เราขับเคลื่อนผ่านไปหนึ่งปีแล้วก็ติดตามว่าเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างไรในปัจจุบัน  เพราะฉะนั้น ในปีนี้จะเป็นการมุ่งในการปฏิบัติในสิ่งที่เราทำและขยายผลต่อยอดมากกว่า” อีกโครงการที่ต้องขยายผลต่อเนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมาคือ เรื่องการดูแลสภาวะการณ์ต่างๆ ของเด็กที่อยู่ตามหมู่บ้าน ชุมชน เช่น ภาวะทุพโภชนาการต่างๆ ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งทุกอปท.ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อเด็กรอดพ้นจากภาวะทุพโภชนาการ การเติบโตไม่เต็มที่ แคะแกร็น ภาวะการเติบโตทางสติปัญญาล่าช้าในเด็กปฐมวัย  “เราตั้งนโยบายการขับเคลื่อนตําบลมหัศจรรย์ 2,000 วันPlus ต่อเนื่องในปี 2568 เพื่อดูแลเด็กครอบคลุมทุกตำบลของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อเป้าหมายเด็กปัตตานี IQ ดี ซึ่งเป็นการส่งเสริมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก เตรียมการไว้ เพื่อเมื่อเด็กเข้าเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 จะมีความพร้อมทั้งร่างกาย และศักยภาพสติปัญญาในการเรียนรู้พัฒนา” ส่วนที่สอง การขับเคลื่อนในระดับหมู่บ้าน แก้ปัญหายาเสพติด ใช้กลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งกระทรวงมหาดไทย มีกฎหมายชัดเจนว่าคณะกรรมการหมู่บ้านมีองค์ประกอบที่ครอบคลุม เช่น มีกลุ่มเยาวชน กลุ่มสตรี กลู่มผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา หรือภาคประชาสังคม ร่วมอยู่เป็นคณะกรรมการ “เราใช้วิธีการเชื่อมโยงไปกับฮุกุมปากัต หรือธรรมนูญหมู่บ้าน ที่ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการอิสลาม แม่ทัพภาคที่ 4 ฯลฯ เข้ามา เป็นข้อตกลงของหมู่บ้านขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ปีนี้ปัตตานีเราจัดทำ 60 วัน สู่หมู่บ้านสันติสุขอย่างยั่งยืน” ผู้ว่าฯพาตีเมาะ กล่าวด้วยว่า กับคณะกรรมการหมู่บ้าน เราปรึกษาหารือกันว่า ในหมู่บ้านมีปัญหาอะไรบ้าง เช่น ปัญหายาเสพติด เราแบ่งหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ แบ่งตามโซนของหมู่บ้าน สิ่งเหล่านี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่คำตอบก็ต้องเกิดจากการปฏิบัติ แต่อย่างน้อยปัญหาทุกอย่างก็กลับไปสู่การจัดการของชุมชน ของหมู่บ้านในการแก้ปัญหาของตนเอง โดยจังหวัดหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเป็นฝ่ายหนุนเสริม ตามบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละชุมชนหมู่บ้าน เช่น ชุมชนพี่น้องพุทธ ชุมชนพี่น้องมุสลิม การดำเนินงานก็แตกต่างกันตามพื้นฐานปัจจัยและความเหมาะสม 

“ที่เป็นความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน อาจมีงบประมาณการแก้ปัญหายาเสพติดลงไปช่วยบ้าง เราจะทำข้อมูลเรื่องนี้ส่งไปยังรัฐบาล มีงบประมาณเล็กๆ น้อยๆ สี่ห้าพันบาทลงไปเพื่อเวลามีการประชุมพูดคุย แต่ไม่ได้ตั้งเป็นงบประมาณโครงการมากมาย เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมสร้างความรู้สึก พูดคุยกันโดยใช้กลไกเหล่านี้สร้างความแน่นแฟ้นในหมู่บ้านเพื่อแก้ปัญหา” ผู้ว่าฯพาตีเมาะ กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *