วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. ที่เชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรฯ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ และ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง เข้าชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการ “แก๊งสแกมเมอร์” และเส้นทางฟอกเงิน
นายรังสิมันต์เผยว่า ขณะนี้ กมธ.มีข้อมูลชัดเจนมากขึ้น โดยพบความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งใช้บัญชีม้าและนอมินีในการฟอกเงินผ่านธุรกิจต่าง ๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะมี “อำนาจรัฐ” คอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง
“เราสงสัยว่าบุคคลในรัฐบาลบางคนอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือขบวนการสแกมเมอร์ เช่นกรณี ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ที่ไม่มาชี้แจง ขณะที่นายวรภัคลาออกแล้ว ก็ยังต้องตรวจสอบในฐานะบุคคล” นายรังสิมันต์ กล่าว
โดยได้เชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าชี้แจงด้วย โดยย้ำว่า “ถ้ารัฐบาลประกาศว่าสแกมเมอร์คือวาระแห่งชาติ แต่กลับไม่ร่วมมือกับ กมธ. ก็ยากจะเรียกว่าวาระแห่งชาติจริง ๆ”
นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงกรณี นักการเมืองอักษรย่อ ช. ซึ่งมีการเปิดเผยว่าเกี่ยวพันกับเว็บพนัน โดยยืนยันว่า กมธ.จะตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เมื่อถามว่าร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับนักการเมือง ช. ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค นายรังสิมันต์ กล่าวว่า
“ร.อ.ธรรมนัส น่าจะรู้จักโลกนี้ดีกว่าใคร ถ้าไม่รู้ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ข้อกล่าวหาที่มีต่อนายชนนพัฒฐ์มีมาซักระยะแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องที่ถูกกล่าวหา เรื่องเว็บพนัน หรือกรณีที่นายอัจฉริยะบอกกับสื่อมวลชนว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับ สแกมเมอร์ด้วย ข้อกล่าวหาหลายอย่างร.อ.ธรรมนัส บอกว่าไม่รู้ อาจฟังไม่ขึ้น ตนเองมั่นใจว่าร.อ.ธรรนัสรู้ เหมือนที่นายชาดารู้ว่าร.อ.ธรรมนัสเป็นอะไร เชื่อว่าร.อ.ธรรมนัสรู้ว่านายชนนพัฒฐ์เป็นอะไร โจรจะปราบโจรหรือโจรไปช่วยโจร หรือ โจรจะอุ้มโจร”
ด้านรายงานจากที่ประชุม กมธ. ระบุว่า นายวรภัคแจ้งติดภารกิจเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อฟ้องผู้หมิ่นประมาท ส่วนนางนฤมลติดภารกิจประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ขณะที่นายวราห์ สุจริตกุล อ้างได้รับหนังสือเชิญกระชั้นชิด ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนเข้าชี้แจง
นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลยังนิ่งเฉย ปัญหาสแกมเมอร์จะยิ่งทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ พร้อมเตือนว่าก่อนสิ้นปีนี้ ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมตาม “ปฏิญญาสันติภาพ ไทย–กัมพูชา” มิฉะนั้นประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างถาวร


