19 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา ในนามตัวแทนเครือข่ายบ้านเกิดเมืองนอน พร้อมด้วยกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงาน เข้าพบ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือและยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่
สาระสำคัญของข้อเสนอมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
1) ประเด็นปริมาณสำรองและการบริหารจัดการ ขอทราบข้อมูลสถิติปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและหมุนเวียนในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา (ทั้งในส่วนของคลังน้ำมันและสถานีบริการ) ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาจนถึงไตรมาสปัจจุบัน (เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับความต้องการใช้จริงของภาคประชาชน
2) ประเด็นอำนาจการกำกับดูแล ในฐานะที่พลังงานจังหวัด มีอำนาจตาม พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และ พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ทางหน่วยงานมีการจัดทำรายงานสรุปการตรวจสอบการกักตุนหรือความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในพื้นที่หรือไม่อย่างไร (อ้างการเปิดเผยข้อมูล: ข้อมูลตามข้อ 1 และ 2 ถือเป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จึงขอให้ทางหน่วยงานเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใสต่อประชาชน)




ภายหลังรับหนังสือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับสถานการณ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง และได้สั่งการทุกหน่วยงานเตรียมแผนรับมือ รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันเวลา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน พบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำมันบางจุดไม่เพียงพอ อาจมาจากความกังวลของประชาชนที่แห่เติมน้ำมันพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันยังพบปัญหาด้านการขนส่งและการจำกัดโควตาน้ำมันของบางสถานี เช่น จากเดิมได้รับวันละประมาณ 20,000 ลิตร เหลือเพียง 5,000 ลิตร ส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวในบางพื้นที่
ผู้ว่าฯ สงขลา ยังระบุว่า จังหวัดได้สั่งการให้อำเภอทุกแห่งรายงานสถานการณ์ ทั้งด้านปริมาณและราคา หากพบความผิดปกติให้แจ้งมายังจังหวัด เพื่อรวบรวมส่งต่อไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าพร้อมรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน และจะนำข้อมูลสะท้อนปัญหาเข้าสู่ระดับนโยบาย



ด้านพลังงานจังหวัดสงขลา ชี้แจงว่า ข้อมูลการรับ-จ่ายน้ำมันของคลังในแต่ละวันมีการรายงานไปยังส่วนกลางอยู่แล้ว โดยเครือข่ายหรือประชาชนสามารถขอข้อมูลดังกล่าวได้ ซึ่งหน่วยงานยินดีประสานและเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่กฎหมายอนุญาต เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ในการติดตามสถานการณ์พลังงานและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด.


