ชู”สเน่ห์สงขลา“ ”ผู้ว่าฯโชตินรินทร์“ขับเคลื่อน4ด้าน

IMG 0790

สงขลา-ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขับเคลื่อนนโยบาย 4 ด้าน ภายใต้ธีม “เสน่ห์สงขลา” ดึงจุดเด่นของแต่ละพื้นที่กระตุ้นการบริโภค สอดคล้องการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี-แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่13-นโยบายของรัฐบาล-นโยบายของกระทรวงมหาดไทย

            จากการขับเคลื่อนโยบาย 4 ด้านของจังหวัดสงขลา เศรษฐกิจ สังคม ความสงบเรียบร้อย และทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้ธีม “เสน่ห์สงขลา” 

            นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้อธิบายขยายความการขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาโดยใช้ธีม“เสน่ห์สงขลา” ว่า 

          เสน่ห์สงขลา จะขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับแนวการพัฒนา ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่13 ที่มี 13 หมุดหมาย และมีนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงมหาดไทย

           ในขณะเดียวกันจังหวัดจะมีคณะกรรมการที่เป็นผู้จัดทำหมุดหมายของจังหวัดว่าเราจะขับเคลื่อนอย่างไรจังหวัดก็จะมี 4 ประเด็นด้วยกัน

          ประเด็นแรกในเรื่องของการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ก็จะมีแตกแยกย่อยออกไป  การพัฒนาทางด้านสังคมและการพัฒนาในด้านการดูแลความสงบเรียบร้อย

         และประเด็นสุดท้ายในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เราจะขับเคลื่อนโดยใช้คำว่า “เสน่ห์สงขลา” ว่าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสน่ห์ของหาดใหญ่มีอะไร

        อย่างเช่น เสน่ห์ของการหาดใหญ่ ก็จะมีในเรื่องของน้ำตกโตนงาช้างมั๊ย จะมีในเรื่องของพระพุทธมงคลมหาราชหรือจะมีไก่ทอดหาดใหญ่ ก็จะใส่เสน่ห์และสร้างมูลค่าเพิ่มในเรื่องเหล่านี้

        ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และก็เรื่องของความสงบเรียบร้อย  ในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องเหล่านี้เราจะเข้าไปใน 4 ช่อง หรือในส่วนของเมืองสงขลา 

       เราจะมีอะไร เราจะมีสมิหลาเงือกทองมั๊ย เพราะฉะนั้นเราจะสร้างเศรษฐกิจอย่างไร เราจะให้สังคมมายังไง แล้วเราจะดูแลในพื้นที่เหล่านั้นให้ทุกคนมาเที่ยวแล้วปลอดภัยอย่างไร

       หรือเราจะดูแลทรัพยากรในพื้นที่เงือกทอง จะให้มีการใช้ร่วมกันอย่างไร อย่างสงบ ทั้งหมดเราใช้ธีมว่า “เสน่ห์สงขลา” แล้วเราก็ใส่เข้าไป หรือที่อำเภอสทิงพระที่ไปมา

        ก็จะมีวัดที่เป็นเจดีย์ของวัดจะทิ้งพระก็จะมีเจดีย์สร้างตั้งแต่ยุคพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชก็คือยุคเดียวกันพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างในยุดนั้น ก็มีอายุประมาณ 1,000 กว่าปี   

        “เราจะให้เป็นเสน่ห์ของสงขลาโดยอำเภอสทิงพระเสนอมา หรือจะมีหลวงปู่ทวดวัดพะโคะ จะเป็นเสน่ห์ของสงขลาของสทิงพระมั๊ย มีหาดม่วงงาม มีวัดดีหลวง ก็จะเป็นเสน่ห์ของเขา

        นอกจากนั้นอำเภอกระแสสินธุ์เขามีอะไร เขามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่จะเป็นเสน่ห์ของเขามั๊ยที่ทุกคนจะต้องไป ในพื้นที่ 4 อำเภอต้องใช้เวลา 1 วัน แล้วรับประทานอาหารที่เป็นอาหารที่เป็นเสน่ห์ของคาบสมุทรสทิงพระ

        เขามีอะไร เขามีร้านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปรับประทานและนิยมไปชิม หรือเราจะไปพักผ่อนตอนเย็นช่วงประมาณ5 โมงเย็นหรือก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ไปดูควายน้ำมั๊ย

       มันเป็นเสน่ห์ของสงขลามั๊ย ก็จะใช้ประมาณนี้ ให้ในพื้นที่เอาพลัง ก็คือเอาสิ่งนั้นเป็นแรงกดดันเข้ามา แล้วให้ทางประชาสังคมหรือพวกเราได้รับทราบ

      แล้วเราก็จะไปบริโภค ส่วนจะเป็นการบริโภคแบบไหน บริโภคด้วยการกิน บริโภคด้วยการเที่ยว หรือจะไปเสพหรือจะไปพักผ่อนก็จะใช้ในเรื่องนี้ 

      หรือแม้แต่ที่อำเภอนาทวีมีอะไร มีลูกหยี จะเป็นเสน่ห์ได้มั๊ย หรือที่วัดนาทวีหรือที่ต้ำตกเขาน้ำค้าง อย่างนี้ก็จะใช้ธีมอย่างนี้ และมีในเรื่องทั้งหมดที่เราจะขับเคลื่อนใน4เรื่อง

     เราก็ต้องใส่เสน่ห์ไปทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น นครหาดใหญ่จะต้องใส่เสน่ห์ในเรื่องในของความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมั๊ย หรือเราจะต้องใส่ในเรื่องความสะอาด  เรื่องการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ก็ต้องใส่ไป 

       อันนี้คือสิ่งที่ทางผมจะต้องขับเคลื่อนว่าเราจะต้องให้เมืองมีความสะอาด  และมีความปลอดภัย

สำนักข่าวโฟกัส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *