6 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 42 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการศูนย์วิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคง เพื่อชี้แจงโครงสร้างการบริหารงานชุดใหม่ พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้
การประชุมครั้งนี้มี พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข ประธานศูนย์วิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคง ผู้แทนหน่วยงานทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
พลตรี ภูมเดชา กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 4 ให้ความสำคัญกับเครือข่ายวิทยุเครื่องแดง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของภาคประชาชนในการสนับสนุนงานด้านความมั่นคง โดยมีบทบาทในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเหตุการณ์ความไม่สงบ รวมถึงช่วยสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมชื่นชมการทำงานของเครือข่ายที่ผ่านมา โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัยในช่วงปลายปี 2568 ที่สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม



สำหรับโครงสร้างคณะกรรมการศูนย์วิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคงชุดใหม่ ประจำปี 2569 ได้มีการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการหลังการสรรหาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมี นางสาวศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมรองประธาน 3 คน และคณะกรรมการกว่า 20 คน ซึ่งจะมีการแบ่งภารกิจและความรับผิดชอบในที่ประชุมครั้งถัดไป เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านนางสาวศิริวรรณ กล่าวว่า หลังเข้ารับตำแหน่งจะเดินหน้าสานต่อภารกิจในการสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกประสานกับฝ่ายข่าวกรองและหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าระบบวิทยุสื่อสารหรือ “เครื่องแดง” ยังมีความจำเป็นอย่างมากในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากสามารถใช้งานได้แม้ระบบโทรศัพท์มือถือจะขัดข้อง พร้อมมีแนวทางนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์วิทยุให้ทันสมัยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ศูนย์วิทยุเครื่องแดงเพื่อความมั่นคงยังมีแผนยกระดับเครือข่าย “ลูกข่าย” จากเดิมที่แบ่งการดูแลออกเป็น 12 โซน ให้มีความครอบคลุมและเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยจะขยายเครือข่ายไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ศูนย์การค้า สถานศึกษา รวมถึงย่านสถานบันเทิงและเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ย่านถนนนวลแก้ว และเขต 8 พร้อมประสานพนักงานรักษาความปลอดภัยและบุคลากรในพื้นที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและแจ้งเหตุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีแผนจัดอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกและเครือข่ายก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ และการใช้อุปกรณ์สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เสนอแนะแนวทางการทำงานของเครือข่าย โดยเห็นว่าการลงพื้นที่แสวงหาข้อมูลจากประชาชนควรจัดทำบัตรหรือการ์ดขนาดเล็กที่ระบุหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ เพื่อแจกให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยขยายเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม
สำหรับการสนับสนุนงบประมาณด้านอุปกรณ์สื่อสารที่ผ่านมา จังหวัดสงขลาได้เคยเสนอของบประมาณไปยังส่วนกลางแต่ไม่ได้รับการสนับสนุน เนื่องจากเป็นรายการครุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม หากเป็นโครงการอบรมให้ความรู้แก่เครือข่าย สามารถเสนอของบประมาณผ่านที่ทำการปกครองจังหวัดได้ อีกทั้งอาจพิจารณาระดมทรัพยากรเพิ่มเติมผ่านความร่วมมือของภาครัฐและเครือข่าย เช่น การจัดกิจกรรมเดิน–วิ่งการกุศล เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนการดำเนินงานของเครือข่ายต่อไป



