เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 นายภาณุ อุทัยรัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2550-2552 ได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในโอกาสที่องค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ
ได้ฉายาทางพระ: “เขมธมฺโม” (อ่านว่า เข-มะ-ธัม-โม) แปลว่า “ผู้มีธรรมอันสงบ” หรือ “ผู้มีธรรมเป็นความเกษมผาสุก”
โดย นายภาณุ อุทัยรัตน์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชและการทำงานเพื่อแผ่นดิน โดยในช่วงเวลาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึง กันยายน 2552) ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ได้มีบทบาทที่ถือเป็น “ผู้ริเริ่มและวางรากฐานคนสำคัญ” ในการขับเคลื่อนให้วัดพระธาตนครศรีธรรมราชเป็นมรดกโลกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2551–2552:
“นายภาณุถือเป็นผู้จุดประกายอย่างเป็นทางการ โดยได้หยิบยกเรื่องการเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นเป็นมรดกโลกมาเป็นวาระสำคัญของจังหวัด และมีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน จัดทำเอกสารข้อมูลทางวิชาการ และประสานงานกับกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด”
ทั้งยังสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม โดยเน้นย้ำให้ประชาชน ชาวบ้าน คณะสงฆ์ และภาควิชาการในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ย้ำว่า “ไม่ใช่เรื่องของภาครัฐฝ่ายเดียว” เพื่อให้ทุกคนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และช่วยกันดูแลรักษาวัดพระมหาธาตุฯ
”การดันวัดพระธาตุฯ เป็นมรดกโลก ไม่ใช่ทำเพื่อเอาป้ายหรือชื่อเสียงมาประดับเพียงอย่างเดียว แต่คือการอนุรักษ์ สืบสานศรัทธา และส่งต่อมรดกทางปัญญาและจิตวิญญาณของบรรพบุรุษให้อยู่คู่เมืองนครศรีธรรมราชอย่างทรงคุณค่าและยั่งยืน” คำกล่าวของนายภาณุ ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช
(มติชนออนไลน์) ได้นำเสนอว่า ก่อนที่นายภาณุฯ จะย้ายไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย กลุ่มสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เรียกตัวเองว่า “คณะมนุษย์ชุดขาว” นำโดย นายสุรโรจน์ นวลบังโส ในฐานะหัวหน้าคณะ ได้ร่วมประชุมหารือและมีมติขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น ได้สร้างคุณงามความดีทิ้งท้ายไว้ให้ชาวนครศรีธรรมราช ด้วยการผลักดันวัดพระธาตุสู่มรดกโลก
ในช่วงเวลา 3 เดือนสุดท้ายก่อนการโยกย้าย นายภาณุฯ ได้ออกคำสั่งในนามจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่งตั้งคณะทำงานผลักดันพระธาตุสู่มรดกโลกขึ้นเป็นชุดแรก
จากนั้น คณะมนุษย์ชุดขาวได้ร่วมกันรณรงค์ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการจัดขบวนประชาชนกว่า 3,000 คน แต่งกายด้วยชุดขาว เดินจากสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พร้อมทั้งได้ประสานงานกรมศิลปากรและผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาร่วมขับเคลื่อน
คณะผู้ร่วมริเริ่มในวันนั้น ประกอบด้วย นายสุรโรจน์ นวลบังโส, นายณรงค์ ธีรกุล, นายยุทธนา แต่งวงศ์, นายไพฑูรย์ อินทศิลา, นายชัยเลิศ อักษรนิก สิวะ พันธภาค และพี่น้องสื่อมวลชนอีกประมาณ 10 ท่าน โดยทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจ สนับสนุนงบประมาณส่วนตัว มิได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด
หลังจากนั้น ภารกิจดังกล่าวได้ถูกส่งต่อมายังผู้ว่าราชการจังหวัดท่านต่อๆ มา เป็นระยะเวลากว่า 12 ปี ในช่วง 2-3 ปีแรก คณะมนุษย์ชุดขาวยังคงเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดัน แต่หลังจากนั้นบทบาทก็ค่อยๆ จางหายไป และไม่มีชื่อของคณะผู้ริเริ่มกลุ่มแรกอยู่ในคณะทำงานอีกเลยจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม คณะผู้ริเริ่มทุกคนยังคงมีความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นอันสำคัญ
ล่าสุด นายภาณุ อุทัยรัตน์ ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังคณะผู้ริเริ่ม อาทิ นายสุรโรจน์ นวลบังโส, นายณรงค์ ธีรกุล, นายยุทธนา แต่งวงศ์ และคณะสื่อมวลชน เพื่อแจ้งให้ทราบว่าตนได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงเย็นของวันนี้(27 กรกฎาคม) คณะมนุษย์ชุดขาวจะเดินทางไปกราบนมัสการพระภาณุฯ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณในความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ได้ร่วมกันให้กำเนิดโครงการผลักดันพระธาตุสู่มรดกโลก จนประสบความสำเร็จในระยะเวลากว่า 12 ปีเต็ม
ทั้งนี้ นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผ่านชีวิตราชการในตำแหน่งสำคัญ ๆ อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, รองปลัดกระทรวงมหาดไทยย, เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.), ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และสมาชิกวุฒิสภา(สว.)
ขอบคุณภาพจาก : https://www.thairath.co.th


