

สงขลา – มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติขององค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ครั้งที่ 8 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 25–26 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และยกระดับศักยภาพเครือข่ายกู้ชีพกู้ภัยจากทั่วประเทศในการรับมือสาธารณภัยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 เป็นประธานในพิธี โดยมี นายจิรวัฒน์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารจาก สพฉ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ผู้แทนสถานกงสุล และภาคีเครือข่ายจากทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายอรุณชัย ศิริมหาชัย ประธานมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ กล่าวว่า อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติขนาดใหญ่ การรับมือกับสาธารณภัยในปัจจุบันไม่สามารถอาศัยกำลังจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อบูรณาการการทำงานให้เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยปีนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย และอาสาสมัครจากทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศ เข้าร่วมกว่า 2,000 คน
สำหรับกิจกรรมตลอด 2 วัน มีทั้งการบรรยายและเสวนาทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยหาดใหญ่ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก สพฉ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มณฑลทหารบกที่ 42 และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 พร้อมการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์จำลอง การแข่งขัน EMS Competition และการแข่งขันทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ระดับประเทศในประเภทมูลนิธิ เพื่อทดสอบศักยภาพการปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมสถานการณ์สาธารณภัยขนาดใหญ่ (Grand Simulation) อาทิ เหตุอาคารถล่มและอุทกภัย เพื่อเสริมสร้างการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการบัญชาการ การค้นหา การกู้ชีพ การส่งต่อผู้บาดเจ็บ และการบริหารจัดการทรัพยากรในภาวะวิกฤต
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย เสริมสร้างเครือข่ายกู้ชีพกู้ภัยให้มีความพร้อมและเป็นมืออาชีพ สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินและสาธารณภัยได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน







