สงขลาเสียแชมป์ภาคใต้ น้ำท่วมซ้ำเติมเศรษฐกิจทรุด “สมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่” เปิดเวที “The Vision of Hatyai” ดึง “อภิสิทธิ์-วิทย์-เคน” ระดมสมองกู้เมือง ร่วมกำหนดอนาคตหาดใหญ่
20 มิถุนายน 2569 นายชลิตพงศ์ สิริธนนนท์สกุล นายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ พร้อมคณะผู้บริหารสมาคม ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวงาน “The Vision of Hatyai : ร่วมกำหนดอนาคตหาดใหญ่” ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งระบบบริหารจัดการน้ำการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการขาดแผนพัฒนาเมืองที่ชัดเจน
“หาดใหญ่คือหัวใจเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องเผชิญปัญหาซ้ำซาก โดยเฉพาะหลังวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมาเราจึงต้องการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และส่งเสียงจากพื้นที่ไปยังผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศ” นายชลิตพงศ์กล่าว
นายดลภัทร มณีแสง กรรมการสมาคมฯ/หัวหน้ากลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีผลิตภัณฑ์มวลรวม(GPP) มูลค่า 268,679 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคบริการ 151,204 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรม 91,512 ล้านบาท และภาคเกษตรกรรม 35,396 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 15 ของประเทศ และอันดับ 3 ของภาคใต้
“ถึงแม้ว่า สงขลาจะอยู่ที่ 3 ไม่ได้หมายความว่าGPP ไม่ได้โตขึ้น เพราะอุตสาหกรรมยังเติบโตและเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ แต่เป็นเพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของ 2 จังหวัดเติบโต จนทำให้ผลผลิตมวลรวมแซงสงขลา”
แม้สงขลาจะยังเป็นจังหวัดเศรษฐกิจขนาดใหญ่แต่ปัจจุบันถูกจังหวัดภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีแซงหน้าในด้านมูลค่าเศรษฐกิจรวม โดยภูเก็ตมี GPP 272,395 ล้านบาทและสุราษฎร์ฯ 272,251 ล้านบาท
ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรของสงขลา156,755 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยเพียง 13,063 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจนมากที่สุดในภาคใต้ สะท้อนว่าศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่ถูกใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“ตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่า สงขลากำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เมื่อเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวหลักของประเทศ โดยเฉพาะในภาคบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่” นายดลภัทร กล่าว
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจพบปัจจัยสำคัญที่ทำให้สงขลาถูกแซง มาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ภูเก็ตมีมูลค่าการท่องเที่ยวเติบโตมากกว่า700% เมื่อเทียบกับปี 2564 ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ฯเติบโตมากกว่า 600% โดยทั้งสองจังหวัดได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงจากยุโรป
ภูเก็ตมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง 98% ส่วน สุราษฎร์ฯ 73% ขณะที่นักท่องเที่ยวหลักมาจากประเทศรัสเซียและเยอรมนี
ขณะที่ สงขลามีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 57% และในจำนวนดังกล่าวกว่า 93% เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้โครงสร้างการท่องเที่ยวของจังหวัดยังคงพึ่งพาตลาดเดิมและขาดความหลากหลาย
“นักธุรกิจหาดใหญ่มองว่า หากสงขลาต้องการกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำเศรษฐกิจภาคใต้ จำเป็นต้องเร่งยกระดับการท่องเที่ยวสู่ตลาดคุณภาพสูง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางและระบบขนส่ง เพิ่มกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง
รวมถึงสร้างจุดขายใหม่เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก” นายดลภัทร กล่าว
นายสุรเดช สันติสากลวุฒิ กรรมการสมาคมฯ ในฐานะ “ประธานจัดงาน” กล่าวว่า หาดใหญ่กำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล วิกฤติเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ปัญหาอุทกภัยและผลกระทบจากภาวะโลกร้อน รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หาดใหญ่ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การแพทย์ การศึกษา โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวของภาคใต้หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน
“วิกฤติในวันนี้อาจเป็นโอกาสสำคัญในการออกแบบอนาคตใหม่ของหาดใหญ่ หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันกำหนดเป้าหมายและผลักดันให้เกิดขึ้นจริง” นายสุรเดช กล่าว
สำหรับงาน “The Vision of Hatyai” มีบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์/อดีตนายกรัฐมนตรี, ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน Host of 8 minutes History and Morning Wealth และ นายเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหาร THE STANDARD
ทั้งอยู่ระหว่างการประสานเชิญตัวแทนคณะรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้าน และผู้บริหารองค์กรธุรกิจระดับประเทศเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อผลักดันสู่การกำหนดนโยบายที่สามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจหาดใหญ่และภาคใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรม


