“พัฒนาฐานแห่งความยั่งยืน”วชช.สงขลาตามรอยปรัชญาในหลวงฯส่งต่อนศ.

sckk1400

“วชช.สงขลา” จัดกิจกรรมนำนักเรียนศึกษาดูงานเชิงบูรณาการ เรียนรู้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

29-30 ส.ค. 68 วิทยาลัยชุมชนสงขลา นำโดยอาจารย์ฟาธีย่าห์ ชูเชิด ครูชำนาญการ นายชด นิตศิริ ครูชำนาญการ พร้อมด้วยบุคลากรและนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้ดำเนินการและร่วมกิจกรรมโดย อาจารย์ศุภมาส อยู่อริยะ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้

วันที่ 29 สิงหาคม กิจกรรมเรียนรู้ การดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ณ สวนเทพหยา ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา (ภาคเช้า)วิทยากร โดย นายชาญวิทย์ รัตนกุล และ นางนภัสรัตนกุล ฟังบรรยาย “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” ตามแนวคิดโครงการของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบในการทำเกษตรผสมผสาน การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เรียนรู้กิจกรรมผ่านการเข้าฐานเรียนรู้

1. ฐานการทำสบู่ เรียนรู้วิธีการทำสบู่สร้างมูลค่าเพิ่มจากสมุนไพร 2. ฐานแก๊สชีวภาพจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ในมูลของวัว เป็นก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ สามารถนำไปใช้ในการหุงต้ม 3. ฐานการจักสานจากใบตาลโตนด เป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ 4. ฐานเตาเผาถ่านผลิตน้ำส้มควันไม้ 5. ฐานบ้านปลาหมายเลข 10 และ6. ฐานการทำขนมลูกตาล โดยให้นักเรียนได้ลงมือทำจริง และเรียนรู้ผ่านขั้นตอนการอธิบาย(ภาคค่ำ) กิจกรรมถอดบทเรียนศึกษาดูงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท อำเภอสิงหนคร วิทยากรโดย ว่าที่ร้อยตำรวจหญิง ณัฐณิชา บุษบา และ นายชาญวิทย์ คุปต์กาญจนากุล กิจกรรมแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามหัวข้อ 1. แก่นแท้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร และแตกต่างจากการพัฒนาแบบทุนนิยมอย่างไร

2.ชุมชนในพื้นที่ป่าขาด ได้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในด้านใด ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมและ 3. จากการศึกษาดูงานได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของตนเอง ครอบครัว หรือองค์กรได้บ้าง และนำเสนอจากหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย

วันที่ 30 สิงหาคม กิจกรรม ณ วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาสทิงหม้อ ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา (ภาคเช้า) วิทยากร โดยนางสาวมาเรีย นาคบรรพต กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกัน การเรียนรู้การทำงานเป็นทีม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ผ่านการละลายพฤติกรรม เช่น การการแนะนำตัวเองพร้อมทำท่าประกอบ, การจำลองบทบาทสมมติ และการสร้างฝันความคิดในอนาคต ฯลฯ


(ภาคบ่าย) วิทยากร โดย นางสาวพรพรรณ เกษตรสุนทร ถ่ายทอดเทคนิคการปั้นดินและรายละเอียดการเพ้นท์สี 1. การเลือกแบบผลิตภัณฑ์แม็กเน็ต เช่น แมวกวัก กระต่าย ดอกทานตะวัน หมีช่อดอกไม้ เป็นต้น 2. หลังการลงสีแห้งแล้วทำการเคลือบเงาพานิชย์ เพื่อให้ขึ้นเงานำไปตากให้แห้ง และ 3. นำมาทำการติดแผ่นแม่เหล็กเป็นผลิตภัณฑ์แม็กเน็ตที่สวยงาม

อาจารย์ฟาธีย่าห์ กล่าวว่า วิทยาลัยฯได้นำนักศึกษา สาขาเทคโนโลยีดิจิทัล จำนวน 19 คน ร่วมกิจกรรมศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในชั้นปีที่สองมีวิชาเกี่ยวกับการพึ่งพาตัวเองที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน ซึ่งแม้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ยังสามารถดำรงชีพไปได้อย่างดี

“พื้นฐานของนักศึกษาส่วนใหญ่ครอบครัวเกษตรกร แต่นักศึกษารุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะขาดการเชื่อมต่อ จึงต้องการให้รู้ว่าสิ่งที่พวกเขามีนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่เขาสามารถนำมาประยุกต์ โดยความรู้วิธีการใหม่ๆ ในการทำเกษตรกรรมก็จะสามารถนำพาครอบครัวได้อย่างดี เพราะฉะนั้นอย่าทิ้งสิ่งที่เรามีอยู่” อาจารย์ฟาธีญ่าห์ กล่าว และว่า

วิทยาลัยฯพยายามส่งเสริมให้นักศึกษาตระหนักในเรื่องนี้ โดยในวิชาการศึกษาทั่วไปจะมีการเรียนอยู่ จากกิจกรรมนี้นักศึกษาได้รับสองส่วนคือความรู้จากการดำเนินงานของสวนเทพหยาและวิสาหกิจชุมชนฯ และสอง เป็นการละลายพฤติกรรมของนักศึกษาทั้งสามชั้นปีจะได้มีกิจกรรมร่วมกัน การได้ไปพักแรมสองวันหนึ่งคืน ก็ได้มีความสนิทสนมกันมากขึ้น

สวนเทพหยา มีความน่าสนใจและประสบความสำเร็จมาก ด้วยการดำเนินการที่ดึงชุมชน และคนที่มีความสามารถในด้านการเกษตรเข้ามาร่วมกันทำ เกิดความมีชีวิตชีวาหลากหลาย มีนักศึกษาและหน่วยงาน ประชาชนที่สนใจเข้ามาดูงานเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งวันที่วิทยาลัยฯนำนักศึกษาไปก็มีสองกลุ่มที่เข้ามาดูงาน เนื่องจากการดำเนินงานที่เห็นภาพชัดเจน

จากกิจกรรมถอดบทเรียนพบว่า นักศึกษาได้เข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น การพึ่งพาตนเอง การหวงแหนและเห็นความสำคัญของทรัพยากรของตัวเองมากขึ้น นักศึกษาทุกคนที่เรียนที่วิทยาลัยฯต้องได้เรียนวิชาชุมชนแห่งความยั่งยืนในรายวิชาศึกษาทั่วไป หลักคิดนี้สามารถใช้ได้ทุกยุคสมัย ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทรงมองการณ์ไกลนำหลักการดำเนินชีวิตที่ดีงามมาสอนประชาชน เห็นได้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ว่าการสามารถพึ่งพาตนเองของประชาชนบางส่วนที่ดำเนินรอยตามพระองค์สามารถประคับประคองชีวิตได้อย่างไม่ลำบากเหมือนคนอื่น อย่างน้อยการปลูกผักผลไม้เลี้ยงสัตว์เล็กๆ น้อยๆ บริเวณบ้านก็ทำให้เรามีอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญไว้บริโภคในครัวเรือนได้อย่างแน่นอน

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *