23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา สงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดสงขลา (ก.ช.ภ.จ.) ครั้งที่ 4/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมกำชับทุกหน่วยงานเร่งโอนเงินช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยไม่เกินรายละ 49,500 บาท โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอรัตภูมิ อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอควนเนียง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการ


นอกจากนี้ ยังมีมติอนุมัติงบช่วยเหลือด้านการดำรงชีพเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอรัตภูมิ 1,159,801.20 บาท ครอบคลุม 307 ครัวเรือน และอำเภอหาดใหญ่ 15,279,857.60 บาท ครอบคลุมกว่า 1,030 ครัวเรือน รวมถึงเห็นชอบเงินเยียวยาเพิ่มเติมครัวเรือนละ 9,000 บาท ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และอำเภอสิงหนคร รวม 225 ครัวเรือน
ที่ประชุมยังรับทราบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเพิ่มวงเงินค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากเดิมไม่เกิน 49,500 บาท เป็นไม่เกิน 80,000 บาท และเพิ่มค่าจัดการศพจาก 20,000 บาท เป็น 50,000 บาท ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน


สำหรับภาพรวมการลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี ครัวเรือนละ 9,000 บาท ในจังหวัดสงขลา ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ มีผู้ยื่นคำร้อง 748,502 ครัวเรือน อนุมัติแล้ว 643,020 ครัวเรือน และโอนเงินแล้ว 637,676 ครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 5,739 ล้านบาท โดยอำเภอหาดใหญ่มีจำนวนโอนสำเร็จสูงสุด 243,770 ครัวเรือน ขณะที่มีเอกสารถูกตีกลับ 872 ราย และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 8,947 ครัวเรือน
ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาระยะยาว จังหวัดเห็นชอบโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากงบกลาง และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) วงเงินรวม 2,531 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการขุดลอกคูคลอง จัดซื้อเครื่องจักรกลหนัก จัดเตรียมสะพานเบลีย์สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะของน้ำ


รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ำชัด จังหวัดจะเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว โปร่งใส ควบคู่กับการวางแผนป้องกันเชิงรุก เพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคตอย่างยั่งยืน


