“แลนด์บริดจ์ล้านล้าน” “กรณ์” นำทีม ปชป.ยื่นค้าน – พบพิรุธเร่งรีบ

IMG 3765

“กรณ์” นำทีม สส.ใต้–ตะวันออก ปชป. ยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ค้านเมกะโปรเจกต์ล้านล้าน ชี้เร่งผิดปกติ-ไม่เคยหาเสียง เสนอใช้งบ 7 แสนล้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใต้คุ้มค่ากว่า
วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย สส.ภาคใต้และภาคตะวันออกของพรรค ได้แก่ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา, นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา, นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง, นายกฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ สส.ตรัง, นางกนกพร เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และนายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง ร่วมแถลงข่าวกรณียื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความเร่งรีบผิดปกติในการผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่าล้านล้านบาท
นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลผูกพันงบประมาณประเทศในระยะยาวหลายสิบปี แต่กลับไม่มีการชี้แจงรายละเอียดอย่างรอบด้าน ทั้งยังไม่ปรากฏว่าเป็นนโยบายที่พรรคแกนนำรัฐบาลเสนอไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ก็ไม่พบว่ามีการระบุรายละเอียดของโครงการแลนด์บริดจ์ไว้ ทั้งที่เป็นโครงการระดับชาติใช้งบประมาณมหาศาล แต่รัฐบาลกลับเร่งผลักดันให้เดินหน้าในทันที จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบและศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ
นายกรณ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการ โดยระบุว่า นักวิชาการหลายฝ่ายประเมินว่าโครงการดังกล่าวอาจไม่คุ้มทุน ขณะที่ภาคเอกชนในธุรกิจเดินเรือได้ส่งสัญญาณมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่า แม้โครงการจะแล้วเสร็จก็อาจไม่จูงใจให้สายการเดินเรือเข้ามาใช้บริการ เนื่องจากการขนส่งผ่านแลนด์บริดจ์ต้องมีการขนถ่ายสินค้าหลายต่อ ทำให้เพิ่มต้นทุนและใช้เวลา ไม่ได้ประหยัดกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาอย่างมีนัยสำคัญ
“โครงการนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล แต่ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย และอาจถูกปล่อยทิ้งร้างในอนาคต” นายกรณ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้รัฐบาลพิจารณาทางเลือกอื่นที่ใช้งบประมาณต่ำกว่า แต่เกิดประโยชน์กับประชาชนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้งบรวมประมาณ 700,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
ก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้ เชื่อมนราธิวาสถึงกรุงเทพมหานคร วงเงินประมาณ 400,000–500,000 ล้านบาท
พัฒนาระบบรถไฟทางคู่ไฟฟ้า รองรับการเดินทางและขนส่งสินค้า วงเงินประมาณ 100,000–150,000 ล้านบาท
พัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ในพื้นที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ วงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท
นายกรณ์ ระบุว่า หากดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว จะใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เกิดประโยชน์ชัดเจนกว่า ทั้งต่อระบบโลจิสติกส์ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคใต้
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าการยื่นญัตติด่วนครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่ต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน รับฟังข้อมูลจากนักวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน เพื่อให้รัฐบาลตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ครบถ้วน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้เงินภาษีของประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *