“มนร.”ปิ้งไอเดีย “กาแฟหลุมพี” ต่อยอดผลไม้พื้นถิ่นชายแดนใต้

IMG 4538

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มนร. จัดแข่งชงกาแฟหลุมพี ต่อยอดผลไม้พื้นถิ่นชายแดนใต้ให้กลายเป็นรสชาติกาแฟ ในงาน  KOLOK Learning City  เสน่ห์ 3 วัฒนธรรม นำเรื่องราวผสานลวดลายประวัติศาสตร์วาดเส้นสู่ทางไม้หมอน เมืองสุไหงโก-ลก เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก 

.

อาจารย์ศรัณ เนื้อน้อย รองคณบดีคณะวิทยาการจัดการ (หัวหน้าโครงการวิจัย) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มนร. กล่าวว่า งาน “เสน่ห์ 3 วัฒนธรรม นำเรื่องราวผสานลวดลายประวัติศาสตร์วาดเส้นสู่ทางไม้หมอน เมืองสุไหงโก-ลก “ ภายใต้โครงการ KOLOK Learning City “สุไหงโก-ลก เพื่อยกระดับกลไกและสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ทุกช่วงวัย ภายใต้แนวทางพหุวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน”  จัดขึ้นโดยทางมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ซึ่งงานนี้เราจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤษภาคม 2568  ณ สวนสิรินธร เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.เมือง จ.นราธิวาส ที่ผ่านมา 

งานนี้เรายังเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ ได้มีโอกาสร่วมแข่งขัน ‘ชงกาแฟ พื้นถิ่น รินใจที่โก-ลก’ โดยการนำหลุมพีที่เป็นผลไม้พื้นถิ่นมาผสมกับกาแฟ เพื่อต่อยอด และเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้พื้นถิ่นบ้านเราและกาแฟนราธิวาสให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น 

โดยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันชงกาแฟหลุมพี คุณฮาดือรัน เซลมะหมัด จากร้าน TF Coffee  ,คุณตีระกิจ มรรคาเขตจาก Cayo Cafe รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน Aerocano Lumpi Old Fashion Style ,

คุณฟุรกอน หะยีวาเงาะ ร้าน The Transit Coffee  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน Kolok Fusion ,คุณฮูไซฟีสะมาแอ ร้าน Huzaifee Specialty Coffee ชื่อผลงาน Black Kelubi Sperkling ,คุณดาเนียล นฤชิต ร้านKno.where96 ชื่อผลงาน หลุมพี ใจสั่น ,คุณอนุสรณ์ สาและ ร้าน Brio Coffee and Friend ชื่อผลงาน Kerato Api ,คุณอาลาวี นูโซะ ร้าน Marbling ชื่อผลงาน Tomyam Drink, คุณนครินทร์ หะยีฮามะ ร้าน Tineless ชื่อผลงาน Spicy หลุมพีพริกเกลือ,คุณอัรฟาน เปาะซา ร้าน E co bar ชื่อผลงาน Mojito Lumpi

คุณฮาดือรัน เซลมะหมัด จากร้าน TF Coffee คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันชงกาแฟหลุมพี ภายใต้ชื่อผลงาน Madu Kelubi Sugaiko-lok กล่าวว่า เวทีนี้เป็นเวทีแรกที่ตัดสินใจลงแข่ง ยังไม่เคยลงแข่งขันงานกาแฟที่ไหน เน้นเอาประสบการณ์ ยอมว่า เหนือความหมาย

“รู้สึกเกินคาดมาก ไม่ได้คาดหวังจะชนะ ผมมาแข่งงานกาแฟครั้งแรก เพื่อเอาประสบการณ์” คุณฮาดือรัน  กล่าว

โดยส่วนตัวชอบนำกาแฟมาผสมกับผลไม้ต่างๆอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยลองน้ำหลุมพีมาผสมกับกาแฟ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำอะไรแบบนี้ และนึกไม่ถึงว่า น้ำหลุมพีที่เป็นผลไม้พื้นถิ่น บ้านๆ เมื่อนำมาผสมกับกาแฟ จะให้รสชาติที่อร่อยไม่ต่างจากผลไม้อื่นๆ

ทั้งนี้จากประสบการณ์ในวงการกาแฟ 4 ปี และการเป็นบาริสต้าชงกาแฟ ทำให้ตนมีโอกาสได้คิดค้นเมนูใหม่ๆ และคิดค้นเมนูแปลกๆ อยู่เสมอ เพื่อดึงดูดลูกค้า ทำให้การทำสิ่งที่ชอบกลายเป็นสิ่งที่ตนถนัดในที่สุด เช่น การชงกาแฟผสมกับผลไม้ เป็นต้น

คุณตีระกิจ มรรคาเขต จาก Cayo Cafe รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน Aerocano Lumpi Old Fashion Style กล่าวว่า ครั้งแรกที่แข่งชงกาแฟ รู้สึกดีใจมาก เพราะเหนือความคาดหมาย ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่เราได้ลองมาแข่ง

“ดีใจค่ะ ครั้งแรกที่แข่งงานกาแฟ ได้ที่ 2 แล้วเป็นผู้หญิงด้วย ตื่นเต้นมากค่ะ เราไม่เคยเอากาแฟมาผสมน้ำหลุมพี ครั้งแรกเป็นประสบการณ์” 

คุณตีระกิจ  กล่าวต่อว่า อยู่ในวงการกาแฟมา 2 ปี ยอมรับว่า ปัจจุบันวงการกาแฟเติบโตเร็วมาก ผู้คนนิยมทานกาแฟกันมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น จึงทำให้เราต้องพัฒนาและคิดค้นกาแฟเมนูใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

คุณฟุรกอน หะยีวาเงาะ ร้าน The Transit Coffee  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน Kolok Fusion กล่าวว่า งานนี้ไม่มีเวลาได้เตรียมตัวมาก่อน เพราะภรรยาไปแอบสมัครให้ ถือเป็นเวทีแรกที่ได้ลองผสมกาแฟกับผลไม้พื้นถิ่นชนิดนี้ยังไม่เคยลองผสมกาแฟกับหลุมพี เพิ่งได้ลองทำครั้งแรกตอนแข่งในงานนี้ 

“เราอยากมาแข่งสนุกๆ มาเจอพี่ๆน้องๆในวงการกาแฟ เราเน้นเข้าร่วม ไม่คิดว่าจะเข้ารอบ ก็ดีใจครับ”

คุณฟุรกอน กล่าวต่อว่า งานแข่งชงกาแฟครั้งนี้ เราไม่มีเวลาได้เตรียมตัว หรือทดลองชงกาแฟกับผลไม้พื้นถิ่นอย่างหลุมพีเลย ก็เน้นอ่านคอนเซปต์งาน และออกแบบรสชาติกาแฟกันสดๆ โดยเมนูนี้ ตั้งชื่อว่า Kolok Fusion สื่อถึงความเป็นสุไหงโก-ลก ที่มีผู้คนถึง ถึง 3 วัฒนธรรม ไทย จีน มลายู ที่อยู่ร่วมกันที่นี้ 

“งานนี้ผมตั้งใจออกแบบรสชาติกาแฟ เพื่อคนสุไหงโก-ลก” คุณฟุรกอน กล่าว 

.

ด้านอาจารย์อภิญญา บุรีศรี หนึ่งในบุคลากรทีมวิจัย  กล่าวว่า ทีมวิจัยได้ประสานความร่วมมือกับเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกมาอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การจัดกิจกรรมKOLOK Learning City พื้นที่แห่งการเรียนรู้  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของศิลปวัฒนธรรม ไทย จีน มลายู ซึ่งเมื่อต้องหาจุดเชื่อมโยงที่สอดคล้องและสัมพันธ์กัน จึงมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะทำเป็นผ้าปาเต๊ะ ที่เป็นลวดลายเฉพาะของอำเภอสุไหงโก-ลก ที่ผ่านการร่วมคิดร่วมนำเสนอจากกลุ่มบุคคลทุกเพศทุกวัยรวมทั้งภาคีเครือข่ายมากกว่า 20 เครือข่าย 

จนเกิดเป็นลายผ้า “ช่อผกาจาลัน ที่สื่อถึง ช่อดอกไม้ที่สุดทางไม้หมอนรถไฟ” โดยเป็นช่อดอกที่มาจากวัด มัสยิด เจ้าแม่โต๊ะโมะ และรางรถไฟ 

พร้อมกับผลงานการวาดลายเส้นแบบ Graffiti Street Art จาก แบกี ที่มีผลงานศิลปะในเชิงประจักษ์มารังสรรค์ภาพของวิถีชีวิตสังคมพหุวัฒนธรรมให้ทุกคนได้มาชื่นชมและเช็คอินเพื่อส่งต่อไปถึงนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่ และเชิญชวนให้ทุกคนได้มาสัมผัสวิถีชีวิตที่งดงามนี้ที่นี่สุไหงโก-ลก

ทั้งนี้งานเสน่ห์ 3 วัฒนธรรม นำเรื่องราวผสานลวดลายประวัติศาสตร์วาดเส้นสู่ทางไม้หมอน เมืองสุไหงโก-ลก โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการนำเสนอผลงานวิจัยที่ทางมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ได้ทำงานร่วมกับเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกและภาคีเครือข่าย โดยได้นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่าน 4 มิติ ได้แก่ มิติทางประวัติศาสตร์ ผ่านการเล่าเรื่องความเป็นมาของเมือง มิติทางวัฒนธรรมผ่านชุดการเเสดง “อัตลักษณ์วิถีศิลป์ ถิ่นปาเต๊ะ” มิติการเรียนรู้สร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมประกวดเเข่งขัน และมิติขับเคลื่อนเมืองเเห่งการเรียนรู้ผ่านเวทีเสวนานิทรรศการ และการมีส่วนร่วม มุ่งหวังเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัยในการร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเมืองสุไหงโก-ลกสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ Learning City ต่อไป

อย่างไรก็ดีเรื่องราวผสานลวดลายประวัติศาสตร์ วาดเส้นสู่ทางไม้หมอนเมืองสุไหงโก-ลก เมื่อเร็วๆ นี้เป็นงานที่มีความสำคัญในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ในพื้นที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมนร. เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และภาคีเครือข่ายทั้ง 20 ภาคี ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการวิจัยที่เกิดขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของประชาชนในทุกช่วงวัยในพื้นที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาเมือง และกระตุ้นเศรษฐกิจ ชุมชนเมืองชายแดนได้อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *