โยกลูกหม้อตัวเต็งทภ.4พ้นพื้นที่จัดทีมใหม่ให้”แม่ทัพยูร”โบนัสรบเขมร

matup

ผบ.ทบ.ส่งว่าที่ “แม่ทัพยูร” เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ข้ามถิ่นจากอีสานมาบัญชาการภาคใต้ กับประสบการณ์ ฉก.ปัตตานี 6 เดือน พร้อมโยกลูกหมเอตัวเต็งพ้นพื้นที่ เหลือเพียงแม่ทัพน้อยที่ 4 “พลโท อนุสรณ์ โออุไร”

คำสั่งโยกย้าย แต่งตั้งนายทหาร 1 ตุลาคม 2568เกิดกระแสวิจารณ์อย่างมาก เพราะมีการเปลี่ยนและย้ายนายทหารในตำแหน่งสำคัญหลายคน สอดรับกับข่าวจัดทีมให้แม่ทัพคนใหม่หลังจากที่ พลโท ไพศาล หนูสังข์ (ตท. 25) แม่ทัพคนเดิมที่พยายามยื้อ ขออยู่ต่ออย่างน้อย 6 เดือน แต่ก็ต้านความแรงของรุ่น 26 ของผล.ทบ. “บิ๊กปู” ไม่ได้

บวกกับกระแสการสู้รบกับกัมพูชา ที่วันนี้กองทัพต้องให้รางวัลกับรองแม่ทัพภาคที่ 2 คนหนึ่งขึ้นที่โคราช ส่วนอีกคนต้องโยกมาขึ้นที่ทัพภาคที่ 4

แม้แต่เพื่อนร่วมรุ่น 26 ที่เป็นลูกหม้ทั้งสองคน ก็ต้องหลีกทาง ทั้งพลโท อนุสรณ์ โออุไร และพลโท สุรเทพ หนูแก้ว

ขณะที่อีกหนึ่งตัวเต็ง “รองอ้วน” พลตรี วรเดช เดชรักษา ก็พ้นวงโคจรกองทัพภาคที่ 4

โดยคำสั่งโยกย้ายตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วย

  1. พลโท ไพศาล หนูสังข์ (ตท.25) แม่ทัพภาคที่ 4 เป็น ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (พลเอก)
  2. พลโท สุรเทพ หนูแก้ว (ตท.26) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่ 5 สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (พลเอก)
  3. พลตรี วรเดช เดชรักษา (ตท. 27) รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น ผู้อำนวยการประสานศูนย์ปฏิบัติการที่ 3 สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก (พลโท) รับผิดชอบการปราบปรามยาเสพติด
  4. พลตรี พิชิต โชติแก้ว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 43 เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (พลโท)
  5. พลตรี พสิษฐ์ ชาญเลขา ผู้บัญชาการทหารบกที่ 45 เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (พลโท)
  6. พลตรี กรกช ภู่โชติ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 4
  7. พลตรี กฤศ ศรีเดชาสินธุ์ เสนาธิการกองทัพน้อยที่ 4 เป็น ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4
  8. พลตรี เกรียงศักดิ์ วัฒนเกริก ผู้บัญขาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 43

9.พลตรี เฉลิมชัย สุทธินวล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 เป็น ผู้บัญชาการทหารบกมณฑลที่ 45

10.. พลตรี อนุวัฒน์ ธรรมจักร รองผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติภารกิจความมั่นคงภายในภาคที่ 4 สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เป็น ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4

  1. พัยเอก สมคิด บุบนโชคิ เป็น เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4
  2. พันเอก ภูมิเดขา พ่วงเจริญ (ตท. 26 ) เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 (ค่ายเสนาณรงค์) หาดใหญ่ (พลตรี)
  3. พันเอก จีรศักดิ์ คงทน เป็น ผู้บัญชาการมณฆลทหารยกที่ 46 (พลตรี)

สำหรับ พล.ต.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 เตรียมทหารรุ่นที่ 26 เพื่อนร่วมรุ่นกับ “ผบ.ทบ.ปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และ “รองเติ่ง” พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึง พลโท อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4 และ พลโท สุรเทพ หนูแก้ว ที่เพิ่งได้รับคำสั่งย้ายไปเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (ยศพลเอก)

ก่อนคำสั่งย้ายและแค่งตั้งวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ในกองทัพภาคที่ 2 พล.ต.นรธิป หรือ “รองยูร” มีความอาวุโสเป็นลำดับที่ 2 ทำให้มีโผว่า อาจจะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2

รองยูร เมื่อครั้งมียศ ร.อ.เคยเป็นอดีตนายทหารคนสนิท (ทส.) ของ พล.อ.สนั่น มะเริงสิทธิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ถึงแก่อนิจกรรมไป

ต่อมา ได้เป็น ทส.ของ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล อดีตแม่ทัพคนที่ 2 คนแรกที่เปิดศึกไทย-กัมพูชา หลังมี MOU 43 เมื่อปี 2551

ต่อมา เป็นผู้การกรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา รองเสนาธิการกองทัพภาค 2 และเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2

เติบโตตามลำดับ ในระหว่างปี พ.ศ. 2565 -2567 เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 จ.นครราชสีมา หรือ “กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี” รับผิดชอบชายแดนภาคอีสานตอนบน ตั้งแต่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร โดยหน่วยขึ้นตรงของ พล.ร.3 ตั้งกระจายอยู่ใน จ.นครราชสีมา เลย อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม จากนั้นเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่ง รองแม่ทัพภาค 2

เคยลงมาปฎิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 6 เดือนในบทบาทหัวหน้า ฉก.ปัตตานี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *