“ชมรมรักษ์ม.อ.ก่อตั้งขึ้นกว่าสิบปี ปัจจุบันบริหารโดยคณะกรรมการชุดที่ 4 โดยผมได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานชมรมฯในชุดที่ต่อจากท่านอดีตประธาน พรชัย ศรีไพบูลย์ ที่ท่านเสียชีวิต”
ผศ.สุพจน์ โกวิทยา ประธานกรรมการสหกรณ์บริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) /อดีตรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ฯ หลายสมัย /ศิษย์เก่า รุ่น 1 และอาจารย์ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์(รปศ.) คณะวิทยาการจัดการ (วจก.) กล่าวถึงการได้รับเลือกเป็น “ประธานชมรมรักษ์ ม.อ.” คนล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา และว่า
ปกติประธานชมรมฯ มีวาระคราวละ 4 ปี โดยปัจจุบัน “ชมรมรักษ์ ม.อ.” มีสมาชิกประมาณ 1,600 คน มาจากบุคคลากรที่เกษียณอายุของม.อ.หรือลาออกจากม.อ.ไปแล้ว โดยแนวความคิดว่าคนที่เกษียณไปแล้วเป็นผู้มีศักยภาพในการช่วยกิจกรรมของมหาวิทยาลัยฯ บำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ หรือในการช่วยดูแลกันของสมาชิก
“ก่อนหน้านี้ หลายปีก่อนผมได้ไปร่วมกิจกรรมเปิดประชุมประจำปีของชมรม มีสมาชิกร่วมประชุมประมาณ 200-300 คน ผมรู้สึกตื่นเต้นยินดีมาก พบว่าคนที่นั่งอยู่หลายท่านเป็นอาจารย์รุ่นอาวุโส ได้พบรุ่นพี่ๆ หลายๆ ท่านที่จบมาจากมหาวิทยาลัยจากทั่วโลก ทำงานการต่างๆ ก็เป็นพลังสำคัญที่จะสรรค์สร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย”
ผศ.สุพจน์ กล่าวต่อว่า ชมรมลักษณะนี้มีในหลายมหาวิทยาลัย เช่น ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น ฯลฯ สำหรับชมรมรักษ์ม.อ.ประธานคนแรกคือ ท่านอาจารย์ปราโมทย์ จูฑาพร ก่อตั้งโดยมีวัตถุประสงค์ หนึ่ง เพื่อส่งเสริมกิจการของมหาวิทยาลัยฯ เช่น การส่งสมาชิกของชมรมไปช่วยงานจิตอาสาของรพ.สงขลานครินทร์ ซึ่งสวมชุดยูนิฟอร์มของชมรมฯอยู่ ผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลสามารถเข้าไปสอบถามหรือขอคำแนะนำ ก็ทราบมาว่าเป็นประโยชน์แก่โรงพยาบาลและผู้ป่วยมาก
สอง มีหน้าที่ให้คำปรึกษาข้อแนะนำแก่มหาวิทยาลัยในเรื่องต่างๆ เช่น ในการวิจัย การบริการชุมชน การเรียนการสอน หรือภารกิจอื่นๆ
สาม เพื่อเป็นการดูแลสมาชิกของชมรมฯ ซึ่งเป็นบุคลากรที่เกษียณอายุในด้านสวัสดิการต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยฯดูแลสมาชิก
“นี่ก็เป็นสามวัตถุประสงค์หลักของการการก่อตั้งชมรม”
ก่อนหน้านี้ ได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของชมรมฯมาปีกว่า ได้เรียนรู้และรับทราบการดำเนินงานของชมรมฯ รวมทั้งให้ข้อคิดเห็นต่างๆ ในกิจการของชมรมฯ เห็นว่าชมรมฯมีความเข้มแข็งมาก มีการประชุมประจำทุกเดือน วาระต่างๆ เรื่องจิตอาสา การจัดทัศนศึกษา การเยี่ยมไข้ การร่วมงานต่างๆ ของสมาชิก และของมหาวิทยาลัยฯ
ในการทำงานของผม หากจะทำเรื่องใด เราก็ต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ไปในทิศทางอย่างไร ซึ่งในวาะระที่เข้ามารับตำแหน่งแทนท่านประธานชมรมท่านก่อน มีวาระอีกประมาณ 2 ปี
“ในการต่อเนื่องพัฒนาชมรม ผมเห็นว่าขณะนี้สมาชิกที่เข้ามาร่วมยังไม่ครอบคลุมทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย ทำอย่างไรให้บุคลากรทุกวิทยาเขตได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกของชมรม มาเพิ่มพลังด้วยกันในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อนมากขึ้น”
อีกเรื่องคือ กิจกรรมที่ทำอยู่เช่น เรื่องจิตอาสา จะพัฒนาอย่างไรให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก มีจำนวนจิตอาสามากขึ้น เพื่อช่วยดำเนินงานต่างๆ ที่เข้ามา
อีกประการคือในส่วนของมหาวิทยาลัยมีเรื่องใดบ้างที่ต้องการให้ทางสมาชิกของชมรมฯได้มีการช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของชมรมฯ ที่สำคัญคือ การเข้าไปช่วยเหลือเราก็กระทำหรือตอบสนองโดยสอดรับตามความต้องการของมหาวิทยาลัยฯเป็นสำคัญ
“ก่อนหน้านี้ผมได้ติดต่อกับทางผู้บริหารของมหาวิทยาลัยว่า ท่านมีแนวความคิดต้องการให้ทางชมรมฯทำเรื่องใดบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาเห็นว่าทุกกิจกรรมของชมรมฯเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกันในหมู่สมาชิกในยามเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิต ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อหารายได้ต่างๆ เช่น ด้านการเกษตร”
โดยในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ มีกิจกรรมนำสมาชิกไปเยี่ยมชมการจัดทำแปลงเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ที่อ.สะทิงพระ เยี่ยมนมัสการศาสนสถานหลวงพ่อทวด วัดดอนเค็ด มีค่าดำเนินการ 400 บาท ซึ่งไม่แพง สมาชิกสามารถเข้าร่วมได้
“กิจกรรมทัศนศึกษาเป็นสิ่งที่สมาชิกให้ความสนใจมาก เป็นทั้งการได้พักผ่อนหย่อนใจ ได้พบปะกัน ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ”
ชมรมรักษ์ม.อ. มีพัฒนาการที่ดี ปัจจุบันเรามีกลุ่มไลน์ของ “ชมรมรักษ์ม.อ.” มีการนำเสนอข้อมูลกิจกรรมภายในองค์กรของสมาชิกทุกวัน ตั้งแต่ชุดของ “ท่านประธานพรชัย” เราเห็นการทำกิจกรรมเข้าไปช่วยพัฒนาวัดวาอารามต่างๆ การพัฒนาชุมชน การเยี่ยมคนไทยและวัดไทยในมาเลเซีย เป็นทั้งการทัศนศึกษาและการทำประโยชน์ไปด้วย
“สิ่งสำคัญคือ ทางชมรมต้องเปิดช่องทางให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น ความต้องการ ข้อเสนอแนะต่างๆ ได้ ซึ่งทางชมรมฯเองก็มีแผนงานต่างๆ ในแต่ละปี”
ผศ.สุพจน์ กล่าวด้วยว่า บุคลากรของม.อ.ท่านใดที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกของชมรมฯ สามารถสมัครได้ที่ กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.)


