13 มีนาคม 2569 นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายประทีบ อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา พันเอกวาทยุทธ ชูช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา (ฝ่ายทหาร) พันเอกธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นายจักรพันธ์ กิ่งแก้ว พลังงานจังหวัดสงขลา และนางสาวฉัตร์สุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายและปริมาณสำรองน้ำมันในพื้นที่ หลังมีการปรับลดโควตาการจัดสรรน้ำมันในหลายพื้นที่ของประเทศ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และต้นทุนโลจิสติกส์ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานของสินค้านำเข้า


ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ยังคงให้บริการตามปกติ และผู้ประกอบการให้ความร่วมมือกับนโยบายของภาครัฐเป็นอย่างดี แม้จะมีการจำกัดปริมาณโควตาการจัดสรรน้ำมันตามที่กำหนด แต่ในพื้นที่จังหวัดสงขลายังไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน โดยได้กำชับให้มีการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรมีน้ำมันใช้เพียงพอต่อการเดินทางและการประกอบอาชีพ
ขณะเดียวกัน จังหวัดสงขลาได้แจ้งแนวทางมาตรการประหยัดพลังงานไปยังหน่วยงานราชการในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันลดการใช้พลังงานอย่างจริงจัง และสร้างวินัยการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าในระยะยาว
ด้านนายจักรพันธ์ กิ่งแก้ว พลังงานจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 90 วัน โดยคำนวณจากปริมาณน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือ จึงมั่นใจได้ว่าประเทศไทยยังมีพลังงานเพียงพอสำหรับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง


สำหรับมาตรการดูแลราคาน้ำมัน รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาน้ำมันเป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นต้องติดตามทิศทางนโยบายว่าจะมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคาหรือไม่ หรืออาจพิจารณาปรับราคาน้ำมันแบบขั้นบันไดตามสถานการณ์
ส่วนกรณีข่าวความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือไทยถูกยิงในพื้นที่ขัดแย้ง พลังงานจังหวัดสงขลายืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าพลังงานของประเทศไทย เนื่องจากเรือลำดังกล่าวเป็นเรือขนส่งสินค้าทั่วไป ไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมัน อีกทั้งประเทศไทยไม่ได้ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในการขนส่งก๊าซและน้ำมันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว




อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้เตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนด้านพลังงาน โดยในช่วง 10 วันที่ผ่านมาได้มีการปรับกลยุทธ์การนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเทศในแถบแปซิฟิก เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา แม้ต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด แต่ยืนยันว่าการบริหารจัดการพลังงานของประเทศยังคงมีประสิทธิภาพ และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน.


