“เถ้าแก่หลี”แฉอบจ.สงขลาซื้อแพง”ชุดยาสามัญฯ”

IMG 4960

การออกมาแถลงเกี่ยวกับการบริหารงานใน อบจ.สงขลา ยุค “นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม” นายกอบจ.สงขลา โดยแกนนำเครือข่ายภาคประชาชน “เถ้าแก่หลี” นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กรณีการซื้อยาสามัญประจำบ้านแจกประชาชน เป็นประเด็นใหม่ที่ได้รับความสนใจจากสังคม

นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน พร้อมนำสำเนาเอกสารหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ออกมาเปิดเผย โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในโครงการจัดซื้อ “ชุดยาสามัญประจำบ้าน” หรือกล่องยาประจำชีพ จาก บริษัท ฮมน (ประเทศไทย) จำกัดจำนวน 15,000 ชุด ##เอกสารประกอบ 1

“ราคาแพงกว่าท้องตลาด รวมเป็นเงินกว่า 4.3 ล้านบาท” เถ้าแก่หลี กล่าว พร้อมนำกล่องยาดังกล่าวมาเปิดแจกแจงรายละเอียดทีละรายการ โดยระบุว่า อบจ.สงขลา ใช้งบประมาณจัดซื้อชุดยาในราคา กล่องละ 495 บาท รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 7,425,000 บาท

พร้อมเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่สำรวจราคาเวชภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันจากร้านขายยาทั่วไป พบว่าต้นทุนที่แท้จริงของยาทั้งหมดในกล่อง รวมกันแล้ว กล่องละ 203 บาท เท่านั้น

นายเฉลิมชัยได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบราคาเวชภัณฑ์ที่สอบถามจากร้านขายยาเทียบกับราคาประเมินของ อบจ. เช่น: ยาพาราเซตามอล (2 แผง): ราคาตลาด 18 บาท, ฟ้าทะลายโจร (1 ขวด): ราคาตลาด 47 บาท, เบตาดีน (1 ขวด): ราคาตลาด 13 บาท, ยาแก้แพ้ (1 กระปุก): ราคาตลาด 8 บาท
ผงเกลือแร่ (3 ซอง): ราคาตลาด 15 บาท (ซองละ 5 บาท)

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลอื่นๆ เช่น สำลีแบ่งบรรจุ ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ยา แอลกอฮอล์ขนาดเล็ก และยาธาตุน้ำขาวขวดจิ๋ว ซึ่งล้วนมีราคาต้นทุนในท้องตลาดเพียงหลักสิบหรือหลักหน่วยเท่านั้น

“เมื่อคำนวณราคาตามท้องตลาดแล้ว จะพบว่ามีส่วนต่างราคาที่สูงถึง 4,380,000 บาท ต่อให้เผื่อค่าดำเนินการหรือหักลบไปอีก 1 ล้านบาท ก็ยังถือว่าแพงกว่าความเป็นจริงกว่า 3.3 ล้านบาทอยู่ดี” นายเฉลิมชัย กล่าว

ทั้งยังได้โชว์เอกสารการสั่งซื้อที่มีการลงนามโดยผู้บริหารอบจ.สงขลา (นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม) ##เอกสารประกอบข่าว 2 พร้อมยืนยันว่าเอกสารทั้งหมดไม่ใช่การกล่าวอ้างลอยๆ แต่เป็นเอกสารทางราชการที่ตนขอมาจาก อบจ.สงขลา โดยมีเจ้าหน้าที่เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องทุกประการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีความพยายามในการปิดบังและไม่ยอมให้เข้าพูดคุย

นายเฉลิมชัย กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะนำหลักฐานทั้งหมดส่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

“ของทุกอย่างมันต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ หาก อบจ.สงขลา สุจริตจริง ก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ ภาคประชาชนมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด” นายเฉลิมชัย กล่าวย้ำทิ้งท้าย

กรณีดังกล่าว ”สงขลาโฟกัส“ ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โดยการสำรวจราคาที่ร้านขายยาในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ พบว่า ทางร้าน บอกว่าราคาแต่ละร้านไม่เท่ากัน ถ้าสั่งเป็นล็อตใหญ่ ก็จะได้ราคาส่งที่ถูกกว่า เซตทางร้านอยู่ที่ชุดละ 199 บาท ขึ้นอยู่กับ ยาที่ลูกค้าเลือก ยาที่นักข่าวได้สอบถามมา พารา 18 บาท ยาแก้แพ้ 20 บาท
เกลือแร่ซองละ 5 บาท แอลกอฮอล์ล้างแผล ขวดละ 18 บาท พลาสเตอร์ยาชิ้นละ 1 บาท
เบตาดีน ทางร้านไม่มียี่ห้อ ตรงกับทางของอบจ. ไม่สามารถระบุราคาได้
ผ้าก๊อซ 10 บาท เจลล้างมือ 50 – 60 บาท
ฟ้าทะลายโจร 90 บาท (แต่ยี่ห้อราคาไม่เท่ากัน)
พิมเสนน้ำ ราคา 20 – 25 บาท ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินราคา 27 บาท

ขณะเดียวกัน ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา ซึ่งเป็นผู้ที่แจกยาสามัญประจำบ้านช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกครั้งในหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา โดย นพ.เกรียงศักดิ์ บอกว่า “หากสั่งซื้อลอตใหญ่ขนาดนี้ ต้นทุนที่แท้จริงไม่ควรเกินชุดละร้อยเศษๆ เท่านั้น แม้จะบวกรวมกำไรมาตรฐานของร้านยาทั่วไปที่ประมาณ 30% เข้าไปแล้ว ราคาก็ไม่น่าจะพุ่งสูงไปถึงชุดละ
495 บาทได้เลย”

มุุมมองของคุณหมอยังสอดคล้องกับการลงพื้นที่สำรวจของนักข่าว ที่พบว่าชุดยาจัดเซตซึ่งมีรายการยาใกล้เคียงกันตามร้านขายยาทั่วไป มีราคาขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 199 บาทเท่านั้น

เพื่อให้การตรวจสอบมีข้อมูลอ้างอิงที่แม่นยำและมีน้ำหนัก นพ.เกรียงศักดิ์ ได้เสนอเทคนิคการทำข่าวโดยแนะนำให้นักข่าวใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์โครงสร้างราคา

จากข้อแนะนำของ นพ.เกรียงศักดิ์ ที่ให้นำข้อมูลยาที่ อบจ.สงขลาจัดซื้อไปเช็คราคากับ AI พบว่า
GPTราคาส่ง 194-270 บาท/ชุด
ราคาปลีก 319-461 บาท/ชุด
Geminiราคาส่ง 190-310 บาท/ชุด
ราคาปลีก 330-550 บาท/ชุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *