เป็นเรื่องยินดีเป็นอย่างยิ่งของจังหวัดสงขลาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยการนำของอธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชษฐ์ จันทวี โดยมอบหมายให้ ดร.บรรจง ทองสร้าง ผู้อำนวยการสำนักศิลปะ และวัฒนธรรม ได้ฟื้นฟูประเพณีการทอดกฐินทางน้ำ ของเมืองสงขลา เมืองแห่งสายน้ำให้ได้กลับมาอยู่คู่กับเมืองสงขลา โดยได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐิน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


การทอดกฐิน เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนได้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้อนุญาตให้กฐินกรรมมีได้เพียง ๑ เดือน ต่อจากการสิ้นสุดการจำพรรษา ที่เรียกว่า เขตกฐิน คือตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒



คำว่า “กฐิน” ตามคำศัพท์ แปลว่า ไม้สะดึงหรือไม้แบบสำหรับขึง เพื่อตัดเย็บจีวร ในทางพระวินัยใช้เป็นชื่อเรียก สังฆกรรม แปลว่า งานของสงฆ์อย่างหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาต แก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาแล้ว แสดงออกถึงความสามัคคี ที่ได้จำพรรษาอยู่ร่วมกัน โดยได้ยกผ้าผืนหนึ่ง ที่เกิดแก่สงฆ์ ให้แก่พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ที่เป็นผู้มีคุณสมบัติอันสมควรแล้วภิกษุผู้ได้รับผ้า นำผ้าที่ได้รับมอบหมายไปทำเป็นจีวร แปลว่าผ้าที่ใช้ทำเป็นเครื่องนุ่งห่มของพระพุทธศาสนา ผืนใดผืนหนึ่งก็ได้ในจำนวน ๓ ผืน ที่เรียกว่า ไตรจีวรกฐินทานคือ การทอดกฐินหรือการถวายกฐิน ได้แก่ การที่คฤหัสถ์ผู้ศรัทธา หรือแม้แต่พระภิกษุสามเณร นำผ้าไปถวายแก่สงฆ์ ผู้จำพรรษาแล้ว ณ วัดใดวัดหนึ่งเพื่อทำเป็นผ้ากฐิน ที่เรียกว่าทอดกฐิน หรือ ถวายกฐิน



ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ผ้าพระกฐิน ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา นำไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดป่าขาด ตำบลป่าขาด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยสำนักงานศิลปะ และวัฒนธรรมได้จัดเป็นการทอดกฐินพระราชทานทางน้ำ ถือเป็นประเพณีที่สำคัญของประเทศไทย ของสงขลา ให้ได้คงอยู่กับเมืองสงขลา ที่ คอลัมน์ “สงขลาสู่มรดกโลก” หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส รายสัปดาห์ ขอนำมาบันทึกไว้ให้เป็นความภูมิใจของเมืองสงขลาสืบไป











