“นพชัย ภู่จิตเกษม”ตัวแทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น “บอร์ดกยท.” ชุดใหม่ มุ่งพัฒนางานวิจัย-แปรรูปยางเพื่อความยั่งยืน
5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย หรือ “บอร์ดกยท.” จำนวน 8 คน ประกอบด้วย
- นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ, 2. นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(ผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง), 3. รองศาสตราจารย์วรสันฑ์ บูรณากาญจน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(ผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง)
- นายชุติวัต ชัยดรุณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
(ผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง), 5. นายนพชัย ภู่จิรเกษม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง) - นางรุ้งพร ภักดีพันดอน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง), 7. นายนวนิตย์ พลเคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยาง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการค้า)
และ 8. รองศาสตราจารย์วีริศ อัมระปาล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยาง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
นายนพชัย ภู่จิตเกษม หรือ “เสก” ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเป็นตัวแทนชาวสวนยางจากภาคใต้คนเดียวในบอร์ดชุดนี้ มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาสหกรณ์ชาวสวนยางตำบลนาท่ามเหนือ อ.ห้วยยอด จาก.ตรัง เคยเป็นแกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลูกยางดีไซด์ จำกัด และอดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลห้วยยอด จังหวัดตรัง
“ผมพร้อมนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านการวิจัย นวัตกรรม และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา มาต่อยอดขับเคลื่อนกยท. เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างยั่งยืน” นายนพชัย กล่าว และว่า
ตนเกิด และเติบโตมาจากลูกชาวสวนยาง คลุกคลีกับวงการยางพารามาโดยตลอด ทั้งในมิติการศึกษาและได้ทำวิทยานิพนธ์ด้านการแปรรูปยางพารา รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมและการตลาดสหกรณ์การยางนาท่ามเหนือ จังหวัดตรัง
การเข้ามาทำหน้าที่ในบอร์ด กยท. ครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ มากกว่าการขายเพียงวัตถุดิบต้นน้ำ
“โจทย์สำคัญคือ ทำอย่างไรให้เกษตรกรอยู่ได้ในห้วงเวลาที่เหมาะสม เราต้องเปลี่ยนแนวคิดการทำเกษตรแบบเดิม มาใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยนำ การลดต้นทุนในกระบวนการผลิตต้นน้ำคือ การเพิ่มกำไรที่แท้จริงให้เกษตรกร”
โดยทิศทางและแนวคิดที่จะนำเสนอเพื่อขับเคลื่อนงาน กยท. ประกอบด้วย 1. การขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี (IOT) ที่มุ่งเน้นกระบวนการลดต้นทุนผลิตต้นน้ำ สนับสนุนการนำนวัตกรรมมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนยางพาราให้เกิดรายได้สูงสุด
- การก้าวทันกติกาโลก (EUDR & คาร์บอนเครดิต) ผลักดันให้เกษตรกรปรับตัวรับมาตรฐานสากล เช่น กฎหมาย EUDR และเรื่องคาร์บอนเครดิต
เพื่อไม่ให้ข้อกำหนดของต่างประเทศกลายเป็นอุปสรรค แต่กลับมาเป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ - การสร้างฐานข้อมูล Big Data และแนวคิด เสนอการจัดทำระบบฐานข้อมูลแบบ Real-time ที่เชื่อมโยงข้อมูลโฉนดที่ดิน จำนวนต้นยาง และการเก็บข้อมูลการผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการส่งต่อถึงเกษตรกรรุ่นลูกรุ่นหลาน และใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการทุนหรือสิทธิประโยชน์ เช่น คาร์บอนเครดิตได้อย่างแม่นยำ
นายนพชัย ยังเห็นด้วยกับการส่งเสริมงานวิจัยแปรรูปยางพารา ไม่ว่าจะเป็นโครงการถนนยางพารา หรือการผลักดันผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น ถุงมือยางธรรมชาติ 100% ทางการแพทย์ เพื่อสร้าง Demand การใช้ยางภายในประเทศ ช่วยลดปัญหาความผันผวนของราคายาง และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง


