รัฐบาลประกาศมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2568/69 โดยเตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนการผลิตสูงและราคาข้าวตกต่ำ โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังและนาปีจะได้รับเงินหลังจากลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว คาดว่าชาวนาที่ปลูกนาปรังจะได้รับเงินเร็วที่สุด ภายในเดือนกันยายน 2568 ส่วนชาวนาปีจะได้รับเงินช่วงปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ควรรู้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอเชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศเร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2568/69 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1: แจ้งเจ้าหน้าที่ (สำหรับทุกกรณี)
- เกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม: สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงผ่านผู้นำชุมชน หรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)
- เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่: ให้ไปแจ้งข้อมูลด้วยตนเองที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่ทำการเกษตร
เอกสารที่ต้องใช้: - บัตรประชาชน (ตัวจริง)
- สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน
- สำหรับรายใหม่หรือเพิ่มแปลงใหม่: ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย
วิธีที่ 2: ดำเนินการด้วยตนเอง (สำหรับบางกรณี)
- เกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม: สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook ได้ทันที
- เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่: สามารถกรอกข้อมูลผ่าน e-Form บนเว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
ขึ้นทะเบียนให้ถูกเวลา เพื่อรักษาสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าข้อมูลทะเบียนเกษตรกรเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลใช้ในการวางแผนช่วยเหลือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาภัยพิบัติหรือการสนับสนุนปัจจัยการผลิต
- สำหรับพืชอายุสั้น เช่น ข้าว พืชไร่ พืชผัก เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูล ภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว
- สำหรับพืชอายุยาว เช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้น ควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูล หลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือเมื่อพืชยังคงยืนต้นอยู่
การขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องและทันเวลา จะช่วยให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือและบริการจากภาครัฐได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว


