12 พฤศจิกายน 2568 ที่บ้านพระอาทิตย์ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ(บิ๊กอรรถ) ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. พาดพิงตนและกล่าวหาว่า “แก๊งค์อาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดคือตำรวจ”
โดย ยืนยันว่า ตนไม่ได้นิ่งเฉยต่อคำกล่าวหา และขอชี้แจงความคืบหน้าของคดีสำคัญที่ถูกพาดพิง ดังนี้
– คดีสส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว (พรรคกล้าธรรม) : พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่าคดีนี้ ตำรวจชุดจับกุมไม่มีการกลับคำให้การและไม่ได้ให้การช่วยเหลือ ขณะนี้ตำรวจ PCT 4 ยังคงดำเนินคดีต่อเนื่องใน 3 ท้องที่ ทั้งข้อหา พ.ร.บ.เว็บพนัน และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน
– คดีเว็บพนันมินนี่/BNK Master : คดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ตำรวจได้ขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดหลายคน รวมถึงคนใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และได้แจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แล้ว ปัจจุบันสำนวนถูกสรุปและส่งอัยการแล้ว
– คดีบอสตาล : แม้ถูกกล่าวหาว่ามีการช่วยเหลือ แต่คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกบอสตาลแล้ว โดย ปปง. ก็มีคำสั่งอายัดทรัพย์และส่งฟ้องในคดีแพ่ง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวถึงการถูกโจมตีอย่างหนักว่า มาจากความสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และตำรวจชุด PCT 4 ที่ตนเคยกำกับดูแล ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบ “ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา” โดยย้ำว่า การพูดว่า “ตำรวจคือองค์กรอาชญากรรม” เป็นการพูดเหมารวม ตำรวจดีและตั้งใจทำงานมีอยู่มาก ดูได้จากสถิติการลงทัณฑ์วินัย 3 ปี ย้อนหลังมีตำรวจถูกลงทัณฑ์กว่า 5,000 นาย และไล่ออก/ปลดออกกว่า 900 นาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริงจังกับการปราบปรามคนไม่ดี
“ผมเปิดใจรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด แต่เมื่อข้อกล่าวหาเริ่มถี่ขึ้น มีการพูดข้อมูลเท็จและผลิตซ้ำ จึงยืนยันจะขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดในเรื่องนี้” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว


