วันนี้ (18 ธันวาคม 2568) เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พันตำรวจเอกประทีป เจริญกัลป์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ คณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ลงพื้นที่ประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดสงขลา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อศึกษา วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำและการรับมืออุทกภัยในอนาคต โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรายงานผลการดำเนินงานและสถานการณ์ในพื้นที่
รองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งมิติด้านกฎหมาย โครงสร้างการบริหารจัดการน้ำ กลไกการสั่งการ และแนวทางปฏิบัติในภาวะฉุกเฉิน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ภายในระยะเวลา 3 เดือน มุ่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รายงานว่า อุทกภัยที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ 127 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 590,000 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประชากรกว่า 1.4 ล้านคน มีการอพยพประชาชนเกือบ 50,000 ครัวเรือน และมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 150 ราย รวมถึงเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะรถยนต์ที่จมน้ำประมาณ 52,000 คัน ตลอดจนบ้านเรือน สถานที่ราชการ วัด และมัสยิดจำนวนมาก

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา จังหวัดสงขลาได้เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดแล้วกว่า 530,000 ครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 4,790 ล้านบาท ควบคู่กับการแจกจ่ายถุงยังชีพมากกว่า 1 ล้านถุง และน้ำดื่มกว่า 5 ล้านขวด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน
ขณะเดียวกัน จังหวัดสงขลาเตรียมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จัดกิจกรรม “ล้างเมืองครั้งใหญ่ (Big Cleaning)” ในวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ซึ่งขณะนี้การกำจัดขยะจากอุทกภัยในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงดำเนินการแล้วกว่าร้อยละ 90 คาดว่าจะสามารถคืนความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้แก่เมืองได้ในเร็ว ๆ นี้
ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 รายงานผลการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน ถึง 14 ธันวาคม 2568 โดยนำระบบ Single Command มาใช้ควบคุมการปฏิบัติอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน “จิตอาสา CARE” ในการติดตามภารกิจแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤตและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและเส้นทางที่ยากลำบาก

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 4 เตรียมยกระดับการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและเครือข่ายจิตอาสา โดยเสนอการติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งผู้ประสบภัย การใช้โดรนสนับสนุนภารกิจ การพัฒนาอากาศยานให้สามารถปฏิบัติการในเวลากลางคืน รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดด้วยการระดมเครื่องจักรหนัก ขุดลอกคลองระบายน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัยซ้ำซาก และเสริมสร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดสงขลา


