วันที่ 7 มกราคม 2569 ชาวบ้านกลุ่มพิทักษ์นาทับ จำนวนประมาณ 100 คน นำโดย นายสมชาย หวังหมัด ประธานกลุ่มพิทักษ์นาทับ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อแสดงเจตนารมณ์ขอทวงคืนที่ดินป่าช้าปากบาง ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ บ้านนอก (กูโบร์ท่ายาง) ในพื้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 21 ไร่ 77.3 ตารางวา ที่ค้างคามานานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 โดยระบุว่าแม้จะมีการรังวัดแล้วเสร็จ แต่ยังไม่มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแต่อย่างใด

โดย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนรับหนังสือ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายอรรถวุฒิ มูลศิริ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา, นางสาวจิตพิสุทธิ์ ไกรประสิทธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา, นางสาวนภพร เกษรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา, ผู้แทนสำนักงานที่ดินอำเภอจะนะ, ปลัดอาวุโสอำเภอจะนะ และผู้แทน กอ.รมน.จังหวัดสงขลา ร่วมรับฟังและหารือกับตัวแทนชาวบ้าน
นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว และได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมระบุว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนออกมาเรียกร้องเพื่อปกป้องสิทธิในพื้นที่กูโบร์ของชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่สามารถดำเนินการออกหนังสือสำคัญที่หลวงได้

ทั้งนี้ คาดว่าหากไม่มีการคัดค้านหรือข้อพิพาท จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ในการดำเนินการ โดยขั้นตอนประกอบด้วย การชี้เขตและขึ้นรังวัด ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จากนั้นสำนักงานที่ดินจะปิดประกาศอีก 1 เดือน และใช้เวลาเพิ่มเติมอีก 15 วัน เพื่อนำเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงนามออกหนังสือสำคัญที่หลวง
อย่างไรก็ตาม หากในช่วงการปิดประกาศพบการคัดค้าน หรือกรณีที่ดินทับซ้อนกับที่ดินข้างเคียงซึ่งมีการออกโฉนดไปแล้ว เจ้าพนักงานที่ดินจะต้องตรวจสอบว่า การออกกรรมสิทธิ์ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป รวมถึงการเพิกถอนกรรมสิทธิ์หากจำเป็น

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ำว่า จังหวัดพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใด และได้กำหนดนัดประชุมติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569


