ตัวแทนชาวบ้านตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุว่าชาวบ้านตำบลสำนักแต้วกว่า 400 คน ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยรายละ 9,000 บาท ทั้งที่ได้ลงทะเบียนและยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว ขณะที่บางตำบลใกล้เคียงได้รับเงินเยียวยาไปก่อนหน้านี้ สร้างข้อสงสัยถึงความไม่เท่าเทียมในการพิจารณา
การยื่นหนังสือครั้งนี้ นำโดย นางสาวศิรินาถ แก้วเพชร ตัวแทนชาวบ้านตำบลสำนักแต้ว ระบุว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อที่ว่าการอำเภอสะเดาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงหรือความคืบหน้า จึงเดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

นางสาวศิรินาถ เปิดเผยว่า ตำบลสำนักแต้วมีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน และทุกหมู่บ้านได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่รับมวลน้ำไหลลงสู่อำเภอสะเดา โดยชาวบ้านใน 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4–10 ได้จัดทำเอกสารยื่นขอรับเงินเยียวยาต่อองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักแต้วแล้ว แต่กลับได้รับการอนุมัติเพียง 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 เท่านั้น
ทั้งนี้ หมู่ที่ 2 บ้านน้ำลัด เป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอาคารบ้านเรือน 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 มีเพียงบางพื้นที่ที่น้ำท่วม และบางจุดอยู่ในลักษณะน้ำล้อม ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำหนดให้ต้องเป็นพื้นที่น้ำล้อมติดต่อกันเกิน 7 วัน จึงจะเข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยา อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงไม่มีพื้นที่ใดในตำบลสำนักแต้วที่มีสภาพน้ำล้อมเกิน 7 วัน

นางสาวศิรินาถ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้หลายหมู่บ้านจะไม่เข้าเกณฑ์ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งความเสียหายต่อสวนยางพารา ต้นไม้ล้ม เสาไฟฟ้าหักโค่น ดินโคลนถล่ม ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสัญญาณสื่อสารถูกตัดขาด ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางออกไปประกอบอาชีพหรือดำรงชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยเฉพาะแรงงานรายวันที่ไม่สามารถไปทำงานในโรงงาน ทำให้ขาดรายได้และถูกหักค่าแรง
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ปี 2568 ครอบคลุม 4 กรณี ได้แก่
- ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
- ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
- ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน
- ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำไม่ท่วมถึงชั้นพักอาศัย แต่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน
ขณะเดียวกัน นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ลงมาพูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมยืนยันว่าจังหวัดพร้อมดูแลและช่วยเหลือประชาชนทุกครัวเรือนอย่างเท่าเทียม แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยได้มอบหมายให้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นธรรมต่อไป



