วันนี้ (13 มกราคม 2569) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี หน่วยงานความมั่นคง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังพบหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงกลุ่ม BRN พร้อมประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
โดยมี พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พันตำรวจเอก ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. และพันเอก เอกวฤทธิ์ ชอบชูผล หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน

พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่และวันครบรอบเหตุปล้นปืน 4 มกราคม 2569 แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย ต่อมาคนร้ายจึงฉวยโอกาสในช่วงคืนวันที่ 10 ต่อเนื่องถึงวันที่ 11 มกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังพลส่วนใหญ่ปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยงานวันเด็กแห่งชาติและการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทำลายระบบเศรษฐกิจและสร้างผลกระทบเชิงสัญลักษณ์
ด้าน พันตำรวจเอก ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สและถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยระบบดิจิทัลและรีโมทคอนโทรล อีกทั้งจากปลอกกระสุนที่ตรวจพบในพื้นที่ปั๊มน้ำมันท่าสาป พบว่าอาวุธปืน M16 ที่ใช้ก่อเหตุมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงมาแล้วถึง 22 คดี ขณะที่อาวุธปืน AK-102 มีความเชื่อมโยงกับคดีร้ายแรงหลายคดีในอดีต
จากรูปแบบการก่อเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเวลา 00.50 น. ในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม BRN อย่างชัดเจน

ภายหลังการแถลง เจ้าหน้าที่ได้สั่งทบทวนและยกระดับแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยเพิ่มการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจจุดสกัด คุมเข้มเส้นทางหลบหนีและจุดผ่านแดน พร้อมบูรณาการข่าวกรองเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน พันโท เชิด อักษรรัตน์ เปิดเผยความคืบหน้าด้านการเยียวยา พบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 9 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 2 ราย และประชาชน 7 ราย ส่วนความเสียหายด้านทรัพย์สินเบื้องต้น ครอบคลุมผู้ประกอบการและประชาชนรวม 20 ราย มีสถานที่ได้รับความเสียหาย 11 จุด มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 118 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา

สำหรับมาตรการเยียวยา ผู้บาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 10,000–50,000 บาท ตามระดับความรุนแรง กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพได้รับเงินชดเชย 500,000 บาท ส่วนความเสียหายด้านทรัพย์สินอยู่ระหว่างเร่งประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 2–4 สัปดาห์ และจะจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้า 50% เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูธุรกิจได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงขอประณามการกระทำที่มุ่งทำลายความสงบและปากท้องของประชาชน พร้อมเตือนผู้ที่ให้การสนับสนุนหรือให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หากประชาชนมีเบาะแส สามารถแจ้งสายด่วน กอ.รมน. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


