

เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 15 แห่ง ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายกว่า 40 เครือข่าย จัดประชุมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชนครั้งสำคัญ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ภายใต้เป้าหมายใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมวางยุทธศาสตร์เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวคาบสมุทรสทิงพระและพื้นที่เชื่อมโยงสู่โมเดลต้นแบบระดับประเทศ
บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยพลังความร่วมมือของผู้บริหารท้องถิ่น ภาคประชาชน นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน โดยได้รับเกียรติจาก นายไพเจน มากสุวรรณ์, ดร.อภิชัย ศรีเมือง ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เจ้าอาวาสวัดสีหยัง ผู้อาวุโสในพื้นที่ ตลอดจนภาคีเครือข่ายร่วมระดมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างเข้มข้น
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการจับมือของ 15 อปท. ร่วมกับ “ทัวร์ทางไท” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ผู้นำชุมชน และเครือข่ายพัฒนาพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “ผูกเครือข่ายเป็นพันธมิตร เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน” โดยมีนายวิชาญ ช่วยชูใจ ทำหน้าที่ดำเนินรายการ ถ่ายทอดกรณีศึกษาการจัดการท่องเที่ยวชุมชน พร้อมเชื่อมประสบการณ์จากแต่ละพื้นที่สู่แนวทางปฏิบัติร่วม
ผลการประชุมได้ข้อสรุป “ยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนคาบสมุทรสทิงพระและพื้นที่เชื่อมโยง” มุ่งค้นหาและยกระดับ “เสน่ห์(ลับ)” ของแต่ละชุมชนให้เป็นจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยว โดยแต่ละพื้นที่นำเสนอศักยภาพโดดเด่นของตนอย่างหลากหลาย
พื้นที่ตำบลคลองรี มุ่งชูวิถีประมงริมทะเลสาบ เกาะคำเหียง ตลาดเช้า และกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเวทีลอยน้ำ
ตำบลบ่อดาน เน้นท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ผ่านวัดสิงห์ เชื่อมชายทะเลและวิถีชุมชน
ตำบลจะทิ้งพระ ดึงจุดเด่นวัดโบราณ หาดมหาราช จุดชมวิวกังหันลม และตาลโตนด
ตำบลบ่อตรุ นำเสนอพหุวัฒนธรรม วัดสีหยัง แหล่งเกษตร และวิถีอาหารมุสลิม
ตำบลคูขุด ชูเส้นทางธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำ และเขตรักษานกน้ำ
ตำบลกระดังงา ต่อยอดธนาคารปูและจิตอาสาทะเล สู่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ตำบลบ่อแดง พัฒนาแนวคิด “ท่องเที่ยวอายุยืน” เชื่อมสุขภาพกับวิถีชุมชน
ตำบลวัดจันทร์ ใช้เสน่ห์ชายหาดควบคู่สวนเกษตรชุมชนเป็นจุดขาย
ขณะที่พื้นที่เชื่อมโยงด้านภูเขาและธรรมชาติอย่างสะบ้าย้อย นำเสนอ 3 โซนท่องเที่ยว ทั้งกาแฟสะบ้าย้อย บาโหย ล่องแก่ง อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี จุดชมดาวและทะเลหมอกดอยสุเมต
ตำบลท่าข้าม ชูแนวคิดใช้ “ความรู้สร้างมูลค่า” ผ่านกิจกรรมร่วมสมัย เช่น วิ่งเทรล
ตำบลคูหา ตั้งเป้าสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา นำเสนอโมเดลต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร้อยเรียงเรื่องราว “คน-เขา-ป่า”
รวมถึงพื้นที่ดีหลวง สนามชัย หนองธง และเกาะใหญ่ ที่มีศักยภาพด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตพร้อมพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง
เวทีประชุมยังสะท้อนข้อเสนอจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้าน ทั้งการใช้ Storytelling เติมมูลค่าแหล่งท่องเที่ยว การใช้วิชาการและงานวิจัยหนุนชุมชน รวมถึงการจัดการโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยว
ที่ประชุมได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนร่วม ได้แก่
- ค้นหาและนิยาม “เสน่ห์” ของแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน
- พัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยว พร้อมสร้างความยั่งยืนผ่านข้อบัญญัติท้องถิ่น
- ออกแบบเส้นทางและแพ็กเกจท่องเที่ยวเชื่อมโยงทุกตำบล เช่นแคมเปญ “นายก อบต. ชวนเที่ยวชุมชน ค้นหาเสน่ห์(ลับ) คาบสมุทรสทิงพระ”
- สื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อทุกแพลตฟอร์ม
- บูรณาการเครือข่ายความร่วมมือ สร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยเครือข่ายท้องถิ่นและภาคีสำคัญ อาทิ
อบต.คลองรี นำโดย พ.ต.ท.ธีระพงศ์ ศรีนวลขาว
อบต.คูขุด นำโดย นายกสมพงศ์ หนูสง
อบต.กระดังงา นำโดย นายกอับดุลเหลาะ จันทร์ลิหมัด
อบต.จะทิ้งพระ นำโดย นายกจุไรวรรณ แก่นกระจ่าง
อบต.บ่อดาน นำโดย นายกวรวิทย์ ฉัตรจินดา
อบต.ท่าข้าม นำโดย นายกสินธพ อินทรัตน์
อบต.วัดจันทร์ นำโดย นายกมนู ซุ้นสุวรรณ
อบต.หนองธง โดย ดร.ทิวากร แก้วบุญส่ง
อบต.สนามชัย นำโดย นายกนิวุฒ พูลศรี
อบต.คูหา นำโดย นายกปัญญา ศรีทองสุข
เทศบาลตำบลสะบ้าย้อย นำโดย นายกอุทัย บุญเพชรทอง
อบต.บ่อแดง โดย นายกชัยวัฒน์ สุวรรณพิบูล
เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา โดย นายกชอบ บิณกาญจน์
อบต.ดีหลวง โดย นายกบรรจบ เทพสุริวงค์
เทศบาลตำบลบ่อตรุ โดย นายกระจายศักดิ์ ศรีสงค์
พร้อมเครือข่ายสนับสนุนจาก มทร.ศรีวิชัย นำโดยทีมอาจารย์บุญรัตน์ บุญรัศมี, นายวิชาญ ช่วยชูใจ จากทัวร์ทางไท, นายธัชธาวินท์ สะรุโณ นักวิจัยชุมชน, นายไพฑูรย์ พรหมวิจิตร ผู้นำชุมชนท่องเที่ยว และนายภูวสิษฏ์ สุขใส บรรณาธิการสงขลาโฟกัส ร่วมผลักดันโมเดล “ทางไทโมเดล” เชื่อมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดรับนโยบายรัฐบาลด้าน Soft Power และการใช้การท่องเที่ยวชุมชนเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ และดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่ชุมชน
ผู้เข้าร่วมเห็นตรงกันว่า ความร่วมมือของ 40 เครือข่ายครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีประชุม แต่คือ “ต้นแบบการรวมพลังท้องถิ่น” ที่ลุกขึ้นขับเคลื่อนด้วยตนเองโดยไม่รอคำสั่งจากส่วนกลาง และอาจกลายเป็นโมเดลสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนไทยในอนาคต
กระแสตอบรับจากประชาชนและสื่อออนไลน์มีผู้ติดตามข่าวสารหลายแสนคน สะท้อนความสนใจต่อพลังใหม่ของการท่องเที่ยวชุมชนสงขลาที่กำลังถูกจุดประกายสู่การเติบโตครั้งสำคัญ















