2 ส.ส.สงขลานำประชุมผู้เกี่ยวข้องหาทางออก ให้ชาวบ้านรัตภูมิ หลังเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้างสะพาน มานานหลายปี ขณะที่ ส.ส.เดชอิศม์ เผย หากเสร็จไม่ทันตามกำหนด เตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายให้ชาวบ้าน ด้านผู้รับเหมากล่าวขอโทษ รับปากเร่งแก้ไขความเดือนร้อนของชาวบ้าน ยืนยันเสร็จทันตามกำหนดปี 2568 อย่างแน่นอน
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์ประสานงานนายกชาย นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.เขต 5 สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายศักสิทธิ์ ขาวทอง ส.ส.เขต 9 สงขลา นางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอรัตภูมิ นายสมคเน เสมทัพพระ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชนชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากการก่อสร้างสะพานข้ามแยกคูหา มานานหลายปี โดยที่ไม่ได้รับการแก้ไข


โดยที่ประชุมเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้สลับกันสะท้อนถึงความเดือนร้อนที่ได้รับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร ที่อยู่บริเวณติดกับพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจาก ฝุ่นละออง สภาพถนนน้ำท่วมขัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ปัญหารถติด และก่อสร้างปิดทางเข้าที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งปัญหาต่างๆ ได้ส่งผลกระทบ ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และไม่สามารถประกอบอาชีพทำมาหากินได้

“ตอนแรกก็ดีใจและพร้อมเสียสละเพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นในพื้นที่ ผู้สัญจรไปมาได้รับความสะดวกสบาย แต่นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการทุกคนต่างมีความเห็นกันว่าการงานของผู้รับเหมาเป็นไปอย่างล่าช้า ขาดการประสานงานกับชาวบ้านกับผู้นำในพื้นที่ ผู้ประกอบธุรกิจในแนวเขตก่อสร้างหลายร้านต้องปิดกิจการ บางร้านแบกรับภาระขาดทุนมาตลอดเพราะไม่ลูกค้า ไม่มีเส้นทางให้ลูกค้าเข้ามาถึงร้าน มีการขุดคูปิดทางหน้าบ้านหน้าร้านค้าแล้วไม่ดำเนินการใดๆ เป็นเวลาหลายเดือน รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง โคลนตม ปัญหาการจราจรติดขัด และอีกหลายปัญหาที่ส่งผลกระทั้งทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่ มีการสอบถาม/ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานแต่ยังไม่ๆได้รับการแก้ไขที่จริงจัง” ตัวแทนชาวบ้านที่เดือนร้อน กล่าว

ด้านนายเดชอิศม์ ขาวทอง กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดที่ใช้เส้นทางผ่านสี่แยกคูหา รวมไปถึงจากพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ประการร้านค้า ร้านอาหารบริเวณสี่แยกคูหา ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างโครงการที่ไม่มีความชัดเจน ทั้งที่ผ่านระยะเวลามาปีกว่าแล้วแต่ความคืบหน้ายังน้อยมาก โดยไม่ทราบว่าจะก่อสร้างเสร็จตามกำหนดหรือไม่ ขณะที่ชาวบ้านหลายคนต้องปิดกิจการ หลายคนต้องแบกรับภาระขาดทุน โดยไม่มีกำหนดที่แน่ชัดว่าจะกลับมาประกอบการกิจการปกติได้เมื่อไหร่ วันนี้จึงได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านที่เดือนร้อนเพื่อมาทำความเข้าใจปัญหาและหาทางแก้ไขในแนวทางเดียวกัน ทั้งจากกรมทางหลวง ผู้รับเหมา ส่วนราชการ ท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง

“วันนี้เป็นเวทีแรกที่ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกันอย่างจริงจังและเราจะประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ นอกจากการติดตามงานผ่านสภาแล้วผมได้ประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอเข้าพบท่านให้ช่วยกำชับมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินงานให้เร็วที่สุด ตอนแรกโครงการกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายนปี 67 และทราบว่ามีการขยายเวลาเป็นมิถุนายนปี 68 ซึ่งเราดูแล้วถ้ายังทำอยู่แบบนี้ไม่มีทางเสร็จทันตามกำหนดแน่นอน จึงต้องกำชับให้ทุกฝ่ายช่วยกันติดตามงานอย่างจริงจัง ติดขัดตรงไหนหากช่วยได้ก็ยินดีช่วย แต่หากปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไขก็จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชนของผมด้วย” ส.ส.เดชอิศม์ กล่าว นายกชาย กล่าว

ส่วนนายสมคเน เสมทัพพระ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 กล่าวยืนยันว่า จะกำชับทั้งผู้ควบคุมโครงการ ผู้รับเหมาให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรงไหนที่ชาวบ้านเดือดร้อนต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด มีกรอบเวลาการทำงานที่ชุดเจนและติดตามงานอย่างต่อเนื่อง

ด้านตัวแทนบริษัทฯผู้รับเหมา ซึ่งได้กล่าวขอโทษต่อชาวบ้าน พร้อมกับรับทราบปัญาหา พร้อมกับรับปากกับชาวบ้านที่เดือนร้อนเพื่อเร่งดำเนินการในการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วน และยืนยันว่า ทางบริษัทฯสามารถดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จในปี 2568 อย่างนี้แน่นนอน

จากนั้นนายเดชอิศม์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างเพื่อดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยหลังจากนี้จะมีการนัดประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ ต่อไปจนกว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จ
สำหรับโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับสี่แยกคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) กับทางหลวงหมายเลข 406 (ถนนยนตรการกำธร) เป็นการก่อสร้างทางต่างระดับเป็นสะพานบนทางหลวงหมายเลข 4 ข้ามทางหลวงหมายเลข 406 ตัวสะพานมีความยาวรวม 750 เมตร ขนาด 6 ช่องจราจรไปกลับ พร้อมสี่แยกวงเวียนระดับพื้นใต้สะพานแบบไม่มีการควบคุมสัญญาณไฟจราจร การปรับปรุงถนน ขยายถนน ทล.4 ระยะทาง 3.1 กิโลเมตร ขยายถนน ทล. 406 ฝั่งทางไปควนเนียงระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร และฝั่งทางไปรัตภูมิมีการขยายถนนเต็มพื้นที่เขตทางหลวง วงเงินการก่อสร้าง 950 ล้านบาท เริ่มดำเนินโครงการ 24 กันยายน 2564 สิ้นสุดโครงการตามสัญญาวันที่ 7 กันยายน 2567 แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีการขยายเวลาสิ้นสุดโครงการเป็นเดือนมิถุนายน 2568 ผู้ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า พีซี-เอสเอ็ม จังหวัดเชียงใหม่
/////


