ปัตตานีส่งเสริมกลุ่มเปราะบางเยียวยา/ทุนสร้างอาชีพ-เงินกู้

tanee


“ผู้ว่าฯพาตีเมาะ” นำหัวหน้าส่วนราชการเยี่ยมเยียนประชาชน จัดโครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเหตุความรุนแรง ช่วยกลุ่มเปราะบาง ทั้งซ่อมที่อยู่อาศัย เงินกู้ยืม มอบทุนเด็ก และเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน

1 กรกฎาคม 2568 นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมรองนายกเหล่ากาชาด และหัวหน้าส่วนราชการ ลงเยี่ยมให้กำลังใจ ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความ ไม่สงบฯ ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบฯ นายวรวุฒิ จันทร์ศรี อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 20 ม.2 ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ เกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ได้รับบาดเจ็บระดับ 5 ถูกยิงบริเวณด้านหลังทะลุหน้าอก ทำให้อัมพาต ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงและระบบปัสสาวะไม่ปกติ สามารถเคลื่อนไหวร่างกายท่อนล่างได้ ได้รับสิทธิการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบฯ ตามมติ ครม.2548 ครบถ้วน


ปัจจุบัน ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการรายเดือนๆ ละ 3,000 บาท จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปัตตานี (พมจ.) และเบี้ยยังชีพผู้พิการ เดือนละ 800 บาท จาก อบต.ทรายขาว


ทั้งยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการรับจ้างทำกรงนก และสามารถช่วยเหลือตนเองตามอรรถภาพ ให้การช่วยเหลือตามภารกิจต่อไป

จากนั้น ได้ลงเยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุพิการป่วยติดเตียง 2 ราย คือ 1.นางมีเนาะ สูกาเกาะ อายุ 88 ปี บ้านเลขที่ 16/2 ม.1 ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์ มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณสะโพก ลงมาถึงเท้า ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหว เดินไม่ได้ ต้องนอน ติดเตียงตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 – ปัจจุบัน ตรวจสอบไม่มีแผลกดทับ มีบุตร 9 คน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับบุตรคนที่ 3 ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยางมีรายได้รวมกันเดือนละประมาณ 3,000 บาท ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 900 บาท เบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาท ได้รับจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 300 บาท บุตรคนอื่นๆ แวะเวียนมาดูแลเป็นครั้งคราว และได้รวบรวมเงินเพื่อปรับสภาพที่อยู่อาศัยและห้องน้ำ ให้เหมาะสม เบื้องต้นพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 3,000 บาท

2.นายมูดอ เจะเลาะ อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 5/3 ม.1 ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์ พิการเป็นอัมพาตครึ่งซีกซ้าย ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ นอนติดเตียง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 – ปัจจุบัน ไม่มีแผลกดทับอยู่ในความดูแลของบุตรชายและภรรยา ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง มีรายได้เดือนละประมาณ 4,000 บาท

ส่วนภรรยาไม่ได้ทำงาน เนื่องจากต้องเลี้ยงดูบุตรแรกเกิด

จากการสอบถามผู้ดูแลทราบว่ามีความต้องการปรับสภาพห้องน้ำของบิดา เบื้องต้นได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน3,000 บาท และประสาน อบต.ป่าบอน ให้ช่วยประมาณการและส่งเรื่องมายังสำนักงานพัฒนาสังคมฯจังหวัดปัตตานี เพื่อของบประมาณ สนับสนุนในการก่อสร้างปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการตามแบบที่กำหนดต่อไป

นางสาวปาหนัน บัวสาม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดปัตตานี กล่าวว่าการลงพื้น ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนของจังหวัดปัตตานี ภารกิจงานตามอำนาจหน้าที่ โดยพมจ.ปัตตานี มีสวัสดิการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น โครงการปรับสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัยงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 40,000 โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของคนพิการ หลังละ ไม่เกิน 40,000 บาท โครงการช่วยเหลือส่งเสริมอาชีพเช่น โครงการกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 60,000 บาท/คน โครงการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุประเภทรายบุคคลได้คนละไม่เกิน30,000 บาท โครงการเงินกู้ยืมเป็นรายกลุ่มๆ ละไม่น้อยกว่า 5 คนได้กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท

ซึ่งโครงการกู้ยืมทุกประเภทปลอดดอกเบี้ยโดยมีโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (ตั้งแต่แรกเกิด-6ปี) เดือนละ 600 บาท และเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาทด้วย ฯลฯ

“พมจ.ได้ลงพื้นที่พร้อมกับท่านผู้ว่าฯเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนทุกเดือน โดยดูแลเป้าหมายกลุ่มเปราะบางตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เช่น การลงเยี่ยมผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ ในแต่ละอำเภอ เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ในกิจกรรม “เยียวยาด้วยใจ ห่วงใยด้วยรัก” ซึ่งเป็นโครงการเยียวยาของจังหวัดที่บูรณาการร่วมกับโครงการหน่วยเคลื่อนที่

นอกจากนี้ สำนักงาน พมจ.ปัตตานี ยังมีกิจกรรมมอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน ครอบครัวละ 3,000 บาท เป็นประจำทุกเดือนๆ ละ10-12 ราย โดยท่านผู้ว่าฯ เป็นผู้มอบในงาน ดังกล่าวโดยจังหวัดได้กำหนดแนวทางการทำงาน เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน ตามกระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ โดยประสานกับหน่วยงานในท้องถิ่น หรือโรงเรียนในการค้นหาเด็กและครอบครัวที่ยากจน

โดยนักสังคมสงเคราะห์จะลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและสอบข้อเท็จจริง ซึ่งส่วนหนึ่งได้ผ่านการตรวจสอบจากคุณครูและโรงเรียนแล้ว จากนั้น จึงนำเข้าสู่ระบบของกระทรวง และเข้าที่ประชุมพิจารณาก่อนอนุมัติเงินช่วยเหลือต่อไป ซึ่งงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชนของจังหวัดจะมีอยู่ทุกเดือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *