“ชีวิตบั้นปลายที่คงเหลือ ประสงค์จะทําสิ่งดีๆให้กับแผ่นดินเกิด เป็นตํานานให้ลูกหลานจดจําเป็นบรรทัดฐานในการมีจิตสํานึกสาธารณะต่อประชาชน ต่อบ้านเมือง”
ทนายวี หรือ นายวีระพล จุฑาพล ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลพะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบอร์ 3 เผยเหตุผลที่ตัดสินใจทางการเมืองในการเลือกตั้ง 11 พฤษภาคมนี้ และว่า


เป็นการเสนอตัวโดยไม่มีทีมบริหาร เพื่อประหยัดเงินเดือนและเงินอื่นๆ ตามกฎหมายปีละไม่ตํ่ากว่า 1 ล้านบาท โดยกฎหมายกําหนดให้ปลัดรักษาการแทน จึงไม่จําเป็นต้องมีรองนายกฯ ที่ปรึกษา และเลขานุการ
“นักบริหารต้องใช้ผู้อื่นทํางานแทน เจ้าหน้าที่มีมากกว่าประชาชนที่มาติดต่อราชการในแต่ละวัน ควรต้องลดขนาดองค์กร มีมาก เปลืองเงินภาษีประชาชน” ทนายวี กล่าว และว่า
นโยบายสำคัญที่จะเร่งดำเนินการหากได้รับโอกาสจากประชาชนให้เข้ามาบริหารคือ ต้องขอรับโอนงานบัตรประชาชนมาทําที่เทศบาลตำบลพะตงและการแก้ปัญหานํ้าท่วม
โดยความรู้และประสบการณ์ที่มั่นใจว่า จะได้รับการยอมรับจากชาวพะตงคือ การเป็นทนายความมากว่า 40 ปี เป็นอดีตปรธานทนายความจังหวัดสงขลา เป็นอดีตกรรมการสุขาภิบาล เป็นอดีตสมาชิกสภาเทษบาลตำบลพะตง และเทศมนตรี
ทั้งนี้ “ทนายวี” เป็นคนพะตง จบประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดทุ่งลุง,มัธยมต้น โรงเรียนทุ่งลุงวิทยา, มัธยมปลาย โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย, ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NiDa)
“ผมยึดอุดมคติ เกิดมาเพื่อรับใช้ประชาชนประเทศชาติ ไม่มีเป้าหมายทางการเมือง ชาวบ้านเลือก ก็ทํางาน ไม่เลือก ก็ใช้วิชาชีพทนายช่วยประชาชน”
ทนายวี บอกว่า เป็นทนายความมากว่า 40 ปียึดถือความถูกต้อง ความบริสุทธิ์ยุติธรรม ได้รับเกียรติจากสื่อสารมวลชน เรียกว่า “ทนายชาวบ้าน”การเลือกตั้งครั้งนี้ขอโอกาสเป็น “ทนายคู่กาย นายกคูใจ” รักประชาชนตลอดไป
โดย ทนายวี เคยเป็นหนึ่งในกรรมการอิสระจากจำนวน 9 คน “กรรมการสุขภิบาลพะตง”, เป็นเลขานุการ นายเสียดยง แซ่ฉิ่น (เฮียเฉ่า) ประธานชมรมว่าวทุ่งลุง จัดการผลงานแข่งขันว่าวหลายประเภท ซิงถ้วยและเงินรางวัล ณ สนามฟุตบอลหน้าสถานีเป็นที่สนใจของประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ตำบลพะตงมี ถ่ายทอดโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 10 หาดใหญ่
เป็นผู้ประสานงานอำเภอหาดใหญ่ออกบริการเคลื่อนที่รับจดทะเบียนสนสมรจดทะเบียนรับรองบุตร ณ บริเวณสนามบาสโรงเรียนวัดทุ่งลุง, เป็นผู้ประสานงานในนามชมรม “พะตงรวมใจ” มอบทุนการศึกษา, เป็นผู้ประสานงานให้กรมการขนส่งทางบกออกบริการเคลื่อนที่สอบใบอนุญาตขับขี่ ทั้งรถจักรยานยนต์และรอนต์ รวมทั้งรับต่อทะเบียนรถทุกชนิด ณ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
ขณะเป็นเทศมนตรีเทศบาลตำบลพะตง ซึ่งปัจจุบันคือ รองนายกเทศมนตรี อยู่ในตำแหน่งประมาณปีกว่า แล้วสมัครใจลาออก มีผลงานที่ภูมิใจอาทิ เป็นผู้แต่งเนื้อร้องเพลงมาร์ทประจำเทศบาลตำบลพะตง, เป็นผู้ให้นโยบายแต่ละชุมชนประกวดคำขวัญประจำเทศบาลตำบลพะตง, เป็นผู้ให้นโยบายจัดทำวารสารเทศบาลตำบลพะตงเป็นรายเดือน, เป็นผู้ให้นโยบายสร้างป้อม อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ด้านหน้าข้างอาคารศูนย์แพทย์ปัจจุบัน, เป็นผู้ขอรถยนต์แบบกระบะและรถตู้พร้อมเครื่องมือแพทย์จาก ส.อบจ. เพื่อใช้ใน
ภารกิจของศูนย์อปพร. และกู้ภัยไผ่ตง
เป็นผู้ขอรับริวาคเงินสร้างศาที่พักผู้โดยสารจากเพื่อนโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของเทศบาลตำบลพะตง, เป็นผู้ประสานโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจรักษาประชาชน, เป็นผู้ให้นโยบายสร้างถนนคอนกรีตพร้อมคูระบายน้ำตลอดแนวบ้านในชุมชนโนราเหมีย (ชุมชนบ้านสวนมะพร้าว), 8. จัดทำโครงการ “สร้างวินัยจราจร” กฎจราจรคือ กฎแห่งความปลอดภัย
เป็นผู้ประสาน ดร.วีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวครใหญ่ทางหลวงชนบท หรือ “ดร.เบี้ยว” เลขานุการกรมทางหลวงในสมัยนั้น ให้ติดตั้งสัญญาณจราจรบริเวณสี่แยกควนเนียง, เป็นผู้ขอใช้ที่ดิน นายสุชวน แซ่เดียว (ร้านจิตไทย) ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนอุดมทองใช้เป็นเส้นทางออกสู่ถนนควนเนียงและเข้าสู่ชุมชนสวนสุขภาพ โดยไม่ต้องใช้เส้นทางออกสู่ถนนกาญจนวนิช ค่าใช้จ่ายในการบดอัดและถมดินถนนเลี่ยงเมืองใช้งบส่วนตัว
เป็นผู้เรียกร้องและต่อสู้ในเรื่องการได้ทิ้งขยะมูลฝอยที่บ่อกำจัดเทศบาลเมืองบ้านพรุในราคาที่เป็นธรรมในฐานะที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนตาม TOR ที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ในการของบประมาณสร้างบ่อกำจัดจากกรมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เป็นผู้จัดการโครงการ ”เทศบาลตำบลพะตงปลอดยาเสพติด” ร่วมบูรณาการโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชนดำเนินโครงการตามพันธกิจร่วมกันเป็นเวลา 8 เดือนเศษ กระทรวงมหาดไทยได้ประเมินและประกาศว่า “เทศบาลตำบลพะตง เป็นเทศบาลตำบลแห่งแรกของประเทศไทยที่ปลอดยาเสพติด” เป็นความยินดีและภาคภูมิใจของประชาชน
นโยบาย ทำทันที ทำได้จริง
ทนายวี กล่าวด้วยว่า ได้วางแผนงานและกำหนด 31 นโยบายที่ “ทำทันที และทำได้จริง” ซึ่งทุกนโยบาย ทุกโครงการที่ต้องอาศัยงบประมาณจากกระทรวง ทบวงกรมต่าง ๆ ยืนยันว่าสามารถนำงบประมาณ มาทำโครงการได้แน่นอนด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว คำพูดประโยคเดียวนั้นติดตามรับฟังได้ในวันเวลาปราศรัยใหญ่ อาทิ ประสานกระทรวงมหาดไทยขอให้ส่งมอบภารกิจงานบัตรประชาชนมาทำที่เทศบาลของเรา, ปรับปรุงภูมิทัศน์ในสำนักงานเทศบาลให้เป็นสัดส่วนโปร่งแสง โปร่งใส และเตรียมความพร้อมห้องทำบัตรประชาชน
ปรับทัศนคติการทำงานของเจ้าหน้าที่ใหม่และเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง บริการอย่างเท่าเทียม รวดเร็ว ทันสมัย เป็นธรรมและยกระดับการบริหารด้วยเทคโนโลยี ก้าวไปสู่ “เทศบาลอิเล็กทรอนิกส์”,ลดขั้นตอนระบบราชการ กรณีความเดือดร้อนการขอความช่วยเหลือของประชาชน ให้ถือปฏิบัติภายใต้จิตสำนึก “ทุกข์ของประชาชน คือทุกข์ของเรา”
ทุกโครงการ ทุกกิจกรรมต้องสื่อสารให้ประชาชนทราบ ภายใต้หลักสุจริต “โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนมีส่วนร่วม”, บริการรถยนต์รับ-ส่งประชาชนบุคคลทั่วไปที่ต้องติดต่อหน่วยงานราชการต่างๆ ในเขตพื้นที่เทศบาลในวันเวลาราชการเปิดทำการ, ขอความร่วมมือคณะกรรมการชุมชนร่วมตรวจสอบ “เงินภาษีคือหยาดเหงื่อของประชาชน”,ปลูกดอกไม้เป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะเทศบาลพะตง, ประสานแขวงการทาง กรมทางหลวงมาลอกคูระบายน้ำสองข้างทางตลอดถนนกาญจนวนิช, แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ฯลฯ (รา่ยละเดียดเพิ่มเติมในเฟสบุ๊ก Weerapol Jutapol)
“ผมมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ไม่เคยเป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด และไม่เคยเป็นหัวคะแนนให้กับนักการเมืองคนใด” ทนายวีกล่าว


