“ผู้ว่าฯ พาตีเมาะ” ห่วง ยาเสพติด สถานการณ์ความรุนแรง เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ ประชาชน ตั้งเป้าปัตตานี“60 วันมุ่งสู่ความยั่งยืน” ชี้เป็นปัญหาร่วมของทุกๆ คน คำตอบต้องกลับไปที่หมู่บ้าน และนำไปสู่การคลี่คลายเรื่องอื่นๆ

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าวันนี้สถานการณ์ความรุนแรงได้ถูกเปิดหน้าไปสู่เป้าหมายใหม่ๆ เช่นไปสู่พลเรือน หน่วยงานฝ่ายปกครอง จะเห็นข่าวความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่อส. ชรบ. ตำรวจ ฯลฯ เป็นการก่อเหตุโดยรูปแบบต่างๆ เช่น สิ่งของที่อันตรายในพื้นที่ ด้วยเจตนาที่ยังคงอยู่แต่ด้วยวิธีการที่เปลี่ยนไป มีการขึ้นป้ายจากฝ่ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้อส.ออกไปจากพื้นที่บ้าง มีเหตุการณ์ชรบ.ถูกระเบิดอส.ถูกยิง และเหตุรุนแรงต่างๆในบริบทของเราก็หันมามองเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของเราว่าทำอย่างไรให้แต่ละหน่วยมีสมรรถนะ มีความสามารถ มีทักษะในการเตรียมตัวเผชิญเหตุ เพราะเป็นเป้าหมายของกลุ่มที่ต้องการก่อเหตุ เพื่อสร้างความหวาดกลัวว่าอยู่ในพื้นที่ไม่ได้
ไม่มีความปลอดภัย ดังนั้น เราก็ต้องหาแนวทาง ในการสร้างความเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่
“แน่นอน อาสาสมัครฯเหล่านี้เป็นคนในหมู่บ้าน ในตำบล เขาอยู่ในพื้นที่ โอกาสที่จะเป็น
เป้าหมายและความเสี่ยงมีสูง จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่ว่า เหตุการณ์เกิดในพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ชุมชน ดังนั้น เราจึงต้องกลับมาคุยกันก่อนว่าชุมชนมีส่วนสำคัญในการป้องปรามเหตุการณ์ นั่นก็หมายความว่า คำตอบของการแก้ปัญหาอยู่ที่ชุมชน อยู่ที่หมู่บ้าน”
ดังนั้น เราต้องกลับไปที่หมู่บ้าน แต่จะกลับด้วยวิธีไหน ก็ได้คำตอบว่าวิธีหนึ่งที่จะนำพาได้มากที่สุดคือ เรื่องสถานการณ์การแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งการใช้ความร่วมมือการแก้ปัญหายาเสพติด ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมของชุมชนได้มาก เพราะสถานการณ์การระบาดของ ยาเสพติดส่งผลกระทบกับชุมชนเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงในชีวิตของเยาวชน ลูกหลานของเรา ความเสี่ยงต่อสภาพแวดล้อมของคนในชุมชนหมู่บ้าน
“ยาเสพติด จึงเป็นเป้าหมายแรกในการที่เราเข้าไปแก้ไขในหมู่บ้าน” เราคิดว่าการคลี่คลายของปัญหายาเสพติดจะนำไปสู่การคลี่คลายของอีกหลายๆ ปัญหา จังหวัดปัตตานีในขณะนี้จึงเน้นการป้องกันปัญหาเหล่านี้ ให้มากที่สุด ด้วยกลไกต่างๆ เช่น การสร้างโอกาสในชุมชน หมู่บ้าน การใช้กลไก ชรบ. ที่ต้องเสริมองค์ความรู้ในการเผชิญเหตุการณ์เหล่านี้ เนื่องจากเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการความไม่สงบ ส่วนที่สองคือ การสร้างสภาพแวดล้อมในชุมชนให้ดูแลกัน เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในหมู่บ้าน อส.ของเราก็อยู่ในหมู่บ้าน ออกเวรก็ กลับบ้าน เลี้ยงสัตว์ กรีดยาง รับส่งลูกไปโรงเรียน เขาใช้ชีวิตร่วมกับคนในหมู่บ้าน การสร้างสภาพแวดล้อมในหมู่บ้านเพื่อสร้างความร่วมมือดูแลซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่จำเป็น
ดังนั้น เราจึงต้องหันกลับไปให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพความเป็นอยู่ในหมู่บ้าน นี่คือแนวคิด เพื่อดูแลและป้องกันสภาพเหตุการณ์ให้เบาบางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยเป็นการสร้างสภาวะยืดหยุ่นบางอย่างขึ้นในหมู่บ้านได้เช่นกันแนวคิดดังกล่าว เราได้เริ่มทำไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เริ่มด้วยแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานปปส. อย่างไรก็ตาม เมื่อลงสู่การปฏิบัติจากแนวคิดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากองคาพยพที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมาก
“ ผลสัมฤทธิ์จากแนวคิด จึงอาจไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อย ก็ได้ปักธงลงไปในหมู่บ้าน ในชุมชนแล้วว่าคำตอบของปัญหาต่างๆ เรากลับไปที่หมู่บ้าน แบ่งเขตการดูแลกันระหว่างผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วยฯ ชรบ. ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่เข้าไปปราบปราบแต่เป็นการดูแล และนำปัญหามาสู่การพูดคุยกัน” อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ไม่สำคัญเท่ากับการร่วมมือร่วมใจกันของคนในหมู่บ้าน ของผู้ปฏิบัติ ในชุมชน เราได้แบ่งความรับผิดชอบ ในส่วนของจังหวัด ให้ท่านรองผู้ว่าฯแต่ละท่านแบ่งการดูแลเป็นกลุ่มอำเภอละ 3-4 อำเภอ จากนั้นในระดับอำเภอก็เป็นความดูแลของท่านนายอำเภอในการสร้างสภาวะแวดล้อม และมีการประเมิน ในระดับตำบลหมู่บ้านก็มอบหมายโดยการดูแลของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน “ซึ่งเป็นไปตามบริบทโดยเราเองไม่ได้กำหนดว่าต้องทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ แต่เราดูไปตามบริบทโดยพื้นที่เป็นผู้กำหนดเป้าหมายตามสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน ชุมชน และศักยภาพของผู้นำ
“ยกตัวอย่าง ตำบลทุ่งคล้า อำเภอสายบุรีที่มีพื้นที่นาข้าวจำนวนมาก กำนันก็ทำเรื่องฟื้นฟู
นาร้าง จากนั้น เราก็ติดตามและนำไปสู่การประเมินร่วมกัน”เราใช้การบริหารจัดการลงไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่มุมมองแนวคิดนี้ถูกส่งไปแล้วโดยผ่านคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มจากหมู่บ้านชุมชน“ขณะนี้ ได้ทำเรื่องเสนอออกไปโดยใช้วิธีคิดนี้ ตั้งเป้า “60 วันมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน” นั่นคือ เวลาเราทำงาน ต้องกำหนดเวลา ตั้งไทม์ไลน์ด้วย โดยความตั้งใจเราอาจไม่ได้ทั้งหกร้อยกว่าหมู่บ้านของเรา แต่ได้สัก 20-30 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงพัฒนา บางหมู่บ้านเขามีความเข้มแข็งอยู่แล้วเราก็เสริมความแข็งแรงให้เขา หรือบางหมู่บ้านพอจะมี ความเข้มแข็งอยู่บ้าง เราก็เข้าไป หรือบ้านไหนอ่อนแออยู่ในข่ายเปราะบาง เราดูว่าจะส่งเสริมอย่างไร สร้างจุดแข็งได้ตรงไหนบ้าง
เพราะฉะนั้น ในการดูระดับหมู่บ้านเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดการพัฒนา แต่เป็นผู้ส่งเสริมสิ่งที่เขามีอยู่ว่าเขาจะมีแนวทางพัฒนาไปอย่างไร แต่หลักหนึ่งที่เราใช้ร่วมกันคือ การแก้ปัญหายาเสพติด เพราะจากการเก็บข้อมูลนั้นมีการระบาดทุกหมู่บ้าน ไม่เว้นว่าหมู่บ้านเข้มแข็งหรือเปราะบาง “ปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในปัญหาร่วมของทุกๆ คน เราก็จัดเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน” ทุกครั้งที่จัดเวทีพูดคุย เรื่องแรกที่มาจากเสียงของคนในหมู่บ้านคือ สถานการณ์ปัญหายาเสพติดเป็นประเด็นปัญหาในพื้นที่ของเขาในชุมชน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีแรงต้านและปัจจัยต่างๆ เยอะ แต่มันก็สร้างโอกาสด้วยเช่นเดียวกัน


