ผอ.สันติศึกษาม.อ.ประณามผู้ก่อเหตุเรียกร้องรัฐรับผิดชอบ-เจรจาพูดคุย

แทมเพลตข่าว 2

ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) กล่าวถึงเหตุสะเทือนใจ กรณีคนร้ายยิงดาบตำรวจ เป็นเหตุให้ภรรยา ซึ่งเป็นครู เสียชีวิต ทั้งที่อุ้มทารกน้อยวัย 2 เดือน ที่อ.ระยัง จ.ปัตตานีว่า สะท้อนให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถหลุดพ้นวงจรความรุนแรง

“ความรุนแรงเป็นเครื่องมือของคนที่มีอำนาจในการใช้อาวุธ ซึ่งมีทั้งสองฝ่าย จึงเป็นเหตุผลที่ภาคประชาชน ประชาสังคมเรียกร้องแนวทางการแก้ปัญหาโดยแนวทางสันติวิธี ซึ่งแน่นอนว่าการขัดแย้งไม่อาจแก้ได้ในระยะเวลาอันสั้น เราจะเห็นว่าการใช้กำลังตอบโต้กันไปมากลับจะยิ่งสะสมความขัดแย้งฝังรากลึกลงเรื่อยๆ”

ความจริงบรรยากาศตรงนี้ไม่ดีมาแต่ต้นปี บรรยากาศความขัดแย้ง การสร้างความเกลียดชัง การหนุนเสริมให้คนใช้ความรุนแรงต่อกัน การปั่นความรู้สึกเกลียดชังแบ่งแยกกัน สนับสนุนการใช้กำลัง เป็นตัวอนุญาตให้คนที่มีอาวุธยิ่งใช้ความรุนแรงโดยไม่ยั้งคิด

เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกโจมตี แต่บางทีสังคมไม่รู้สึกช๊อคมาก เพราะประชาชนบางส่วนคิดว่าต่างก็ถืออาวุธ เป็นด่านหน้าเผชิญความรุนแรง แต่เมื่อเกิดขึ้นกับพลเรือน กลุ่มเปราะบาง กับผู้หญิง เด็กทารก คนที่ไม่มีอาวุธ ไม่เกี่ยวข้องกับความัดแย้ง ไม่มีโอกาสปกป้องตัวเองได้ ก็กระทบความรู้สึกของสังคมมาก

“ต้องขอประณามผู้ที่ถืออาวุธและใช้ความรุนแรง ยอมรับว่าเรายังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ ได้เพียงเรียกร้องให้ใช้วิถีทางที่ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งก็แทบไม่มีใครรับฟัง คนถืออาวุธไม่รับฟัง ในระยะยาวก็จะยิ่งถ่างความรู้สึกของผู้คน เกิดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังระหว่างกันมากขึ้น ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าคนที่ถืออาวุธต้องการสิ่งนี้หรือ เพื่อจะใช้สร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงของตัวเองไปได้เรื่อยๆ” ผศ.ดร.กุสุมากล่าว และว่า

สิ่งที่เราเรียกร้องคือ ประชาชนต้องไม่ตกอยู่ในวงจรความรุนแรง ความรับผิดชอบก็ต้องกลับมาที่รัฐ หรือผู้มีความชอบธรรมในการปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ทั้งเราก็ประณามผู้ที่ก่อเหตุร้ายด้วย และผู้ที่ใช้ความรุนแรงทุกฝ่าย แต่ในด้านหนึ่งรัฐมีความรับผิดชอบสูงกว่า มีความชอบธรรมมากกว่า สมควรได้รับการยอมรับมากกว่าถ้ารัฐสามารถปกป้องความปลอดภัยประชาชนได้ ไม่ใช่หมายถึงแค่ไปถืออาวุธคุ้มกันประชาชน แต่รัฐต้องมีกลไกแสวงหาทางออกของความขัดแย้งให้ได้ จึงเป็นที่มาของการเรีกร้องให้มีเวทีพูดคุย และการทำให้สังคมเข้มแข็ง

ขอเรียกร้องให้ผู้ที่ถืออาวุธมีความระมัดระวังและตระหนักว่า เขาไม่ได้อะไรจากการใช้ความรุนแรง อาจรู้สึกสะใจหรือชนะในเวลาสั้นๆ แต่ในระยะยาวเขาจะเสียการยอมรับ สูญเสียความไว้วางใจของประชาชนหากเขายังคิดว่าหัวใจของมันคือประชาชน แต่หากเขาไม่สนใจความปลอดภัยของประชาชน ก็เท่ากับว่าเขาไม่สมควรในการเอ่ยอ้างประชานชน เอ่ยอ้างการมีอำนาจในการปกป้องดูแลประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *