จากรื้อโพงพางสงขลาถึงล้างบางมาเฟียภูเก็ตวัดฝีมือผวจ”โชตินรินทร์ เกิดสม”สายตรงอนุทิน

แทมเพลตข่าว 23

การส่ง นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย/อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ไปนั่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ถ้ามองว่านี่คือการวัดพลังระหว่างนายกฯกับบ้านใหญ่ ค่ายสีน้ำเงินจริงก็ถือว่า “นายกฯชนะ”


เพราะนายนายโชตินรินทร์ เกิดสม เป็นสายตรงของนายกฯ แม้จะอ้างว่าปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้เสนอก็ตาม ซึ่งการเสนอก็ต้องดูว่า เป็นชื่อที่นายกฯพอใจหรือไม่ด้วย


ทำไม่ถึงกล้าฟันธงว่า นายโชตินรินทร์ เกิดสม คือสายตรงนายกฯ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขณะนั้นนายโชตินรินทร์ เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเช่นกัน ไม่ได้อยู่ในโผ


คนที่มีรายชื่อยู่ในโผที่จะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาตอนนั้นคือผู้ว่าราชการจังหวัด ๆ หนึ่งในภาคใต้ ที่บ้านใหญ่เห็นชอบแล้ว แต่ในนาทีสุดท้ายชื่อนายโชตินรินทร์ ก็เบียดนั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาสำเร็จ


ก่อนจะได้รับคำสั่งให้มาเป็นผู้ว่าฯ สงขลา ”มท.1“ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ในขณะนั้น ส่งเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. อย่าง นายโชตนรินทร์ เกิดสม ไปรักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่ประสบภัยพิบัติอย่างรุนแรง


แต่ก่อนที่นายโชตินรินทร์ จะเดินทางรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีป้ายโจมตีนายโชตินรินทร์ ตั้งแต่อำเภอสทิงพระยันอำเภอเมืองสงขลา เป็นข่าวใหญ่ถูกรับน้อง จนนายกฯต้องออกสื่อ “หากทำงานไม่ได้ก็พร้อมจะเปลี่ยนตัว”


การดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ของนายโชตินรินทร์ ก็ได้โชว์ผลงานสร้างภาพจำให้กับคนสงขลามากที่สุดคือ “การรื้อโพงพาง” ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา ที่ไม่เคยมีผู้ว่าฯคนไหนทำสำเร็จ

แม้ว่าช่วงปลายของการทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาของนายโชตินรินทร์ยุค ”มท.อ้วน“ นายภูมิธรรม เวชยชัย คนโตจากพรรคเพื่อไทย จะแกว่ง ๆ เมื่อมีหนังสือสั่งการปลอมให้นายอำเภอจัดเวรต้อนรับ อดีตรมช.มหาดไทย เดชอิศม์ ขาวทอง


ก่อนที่จะถูกย้ายจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และวันนี้ก็ถูกย้ายจากรองปลัดกระทรวงมหาดไทยไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต


สังเกตุว่าเส้นทางการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตของนายโชตินรินทร์ เกิดสม เป็นช่วงที่นายกฯ ควบรมว.มหาดไทยที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล


นายโชตินรินทร์ เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นคนบ้านเดียวกับ “รองฯ ซีฟู้ด” ที่ถูกย้าย ก็ต้องมาดูว่าการกลับมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะสามารถแก้ปัญหามาเฟียที่ไม่มีใครแก้ได้เหมือนกรณีรื้อโพงพางที่สงขลาหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *