ผู้ว่าฯ สงขลา ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมผนังกั้นคลอง ร.1 อ.บางกล่ำ หลังเสียหายหนักจากอุทกภัยปี 68 ขณะที่ชลประทานเร่งตอกเข็มเหล็ก–ชีทไพล์เสริมความแข็งแรงระยะทาง 2 กม. ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 90 วัน ด้านนายกฯ กำชับจังหวัดติดตามใกล้ชิด สร้างความมั่นใจประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงน้ำหลากปี 69
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 น. นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมผนังกั้นคลองระบายน้ำ ร.1 ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลางให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เร่งดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน โดยมี นายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา และนายณัฐวุฒิ ทองแกมแก้ว ผู้ใหญ่บ้านตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ร่วมลงพื้นที่


นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า วันนี้ตนได้ลงมาติดตามความคืบหน้าภายหลังได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยนายอำเภอบางกล่ำได้ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการชลประทานสงขลาได้ดำเนินการติดตั้งแผ่นเหล็กเพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าสู่บริเวณผนังที่ชำรุด เบื้องต้นงานซ่อมแซมระยะเร่งด่วนคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 90 วัน สำหรับงานคอนกรีตเสริมความแข็งแรงในบางส่วนอาจต้องดำเนินการในระยะต่อไป โดยในเบื้องต้นจะเร่งเสริมความมั่นคงแข็งแรงของพื้นและผนังบริเวณคลอง ร.1 ให้สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ำว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ดังกล่าว และได้ติดตามความคืบหน้าพร้อมกำชับให้ตนลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ภายหลังรัฐบาลอนุมัติงบประมาณงบกลาง จำนวน 400 ล้านบาท เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและซ่อมแซมระบบคลองระบายน้ำ โดยตั้งเป้าให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อให้สามารถรองรับและป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์น้ำได้ก่อนเข้าสู่ช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก


นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา กล่าวว่า คลองระบายน้ำ ร.1 เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของโครงการชลประทานสงขลาในการบริหารจัดการน้ำ โดยมีบทบาทในการผันน้ำเลี่ยงพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขตเมือง เดิมคลองระบายน้ำ ร.1 สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในช่วงอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่ระบบเกินกว่าความจุที่ออกแบบไว้ ส่งผลให้น้ำล้นข้ามคันคลองและกัดเซาะโครงสร้าง ทำให้เกิดความเสียหายและกระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ
ซึ่งภายหลังกรมชลประทานได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อดำเนินการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ได้กำหนดกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การติดตั้งเข็มเหล็กและเข็มพืดเพื่อป้องกันน้ำซึมและการพังทลายของดิน งานคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดิน และงานถนน โดยบริเวณที่ลงพื้นที่เป็นการติดตั้งเข็มเหล็กชีทไพล์ ความยาว 12 เมตร ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ก่อนเข้าสู่ช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก การติดตั้งเข็มเหล็กพืดดังกล่าว เป็นการตอกและฝังเข็มลงในพื้นเพื่อช่วยป้องกันน้ำและรองรับแรงดันของน้ำที่อาจกัดเซาะบริเวณผนังคอนกรีต ลดการรั่วซึม และเสริมความแข็งแรงมั่นคงให้แก่โครงสร้าง เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ คลองระบายน้ำ ร.1 จะสามารถกลับมารองรับปริมาณน้ำได้ตามประสิทธิภาพที่ออกแบบไว้


สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา กล่าวว่า ได้ลงนามในสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 และสั่งการให้ผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยในวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 ผู้รับจ้างได้เร่งเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ และเข็มเหล็กเข้าพื้นที่ ปัจจุบันดำเนินการไม่ถึง 10 วัน แต่ความคืบหน้าเป็นไปอย่างน่าพอใจ จากนี้ผู้รับจ้างจะเพิ่มชุดปฏิบัติงานและเครื่องจักรเพื่อให้สามารถทำงานได้หลายจุดพร้อมกัน และเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลา โดยยึดข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เร่งบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
อุปสรรคในการดำเนินงาน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา เผยคือการติดตั้งเข็มเหล็กและเข็มพืดในบางช่วงพบว่าชั้นดินเป็นดินเหนียว ทำให้เข็มที่ตอกลงไปเกิดการยึดเกาะกับชั้นดินและอาจทำให้การกดเข็มทำได้ยากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างได้วางแนวทางแก้ไขด้วยการกดและล็อกเข็มให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งเป็นเพียงอุปสรรคเฉพาะบางช่วง และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงาน โดยจะเร่งแก้ไขและดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด


ด้าน นายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ กล่าวว่า เหตุอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568 ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนบริเวณริมคลอง ร.1 ทางอำเภอจึงช่วยสื่อสารสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่มีแนวเขตติดกับคลอง ร.1 รวมถึงพื้นที่ข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มาร่วมพูดคุยทำความเข้าใจและรับทราบรายละเอียดการดำเนินงานของกรมชลประทาน ในการเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนช่วงที่มีปริมาณน้ำมากในปี 2569 รวมถึงมาตรการเตรียมการรับมือน้ำท่วมในปี 2569 ที่จะถึง
นายณัฐวุฒิ ทองแกมแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่น้ำทะลักเข้ามาจนเกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความหวาดกังวล แต่เมื่อปัจจุบันเริ่มมีการก่อสร้างและซ่อมแซมภายหลังรัฐบาลอนุมัติงบประมาณงบกลาง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกอุ่นใจและคลายความกังวลลง ประกอบกับตนได้สื่อสารข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบผ่านหอกระจายข่าวและกลุ่มไลน์ของชุมชน โดยเมื่อกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการซ่อมแซม ได้แจ้งให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินงาน เพื่อให้แล้วเสร็จทันก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝนในปี 2569 โอกาสนี้ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่อนุมัติงบประมาณเพื่อซ่อมแซมผนังกั้นคลอง ร.1 รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายอำเภอบางกล่ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันติดตาม ผลักดัน และเร่งรัดโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ


