สงขลา – ป.ป.ช. สงขลา ร่วมกับ ป.ป.ช. ภาค 9 และ สตง. ภาค 15 ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ โครงการชลประทานสงขลา ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ งบประมาณ 386.5 ล้านบาท หลังพบปัญหาการตอกแผ่นเหล็กชีทไพล์ไม่เป็นไปตามแบบ พร้อมเสนอ 7 แนวทางให้ชลประทานเร่งแก้ไขและป้องกันความเสียหายต่องบประมาณรัฐ



นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จุดที่พบข้อสังเกตสำคัญคือ งานตอก Steel Sheet Pile ขนาด 400x125x13 มม. ยาว 12 เมตร ซึ่งมีมูลค่าตามสัญญากว่า 256 ล้านบาท กำหนดตอก 5,000 แผ่น รวมความลึก 60,000 เมตร
แต่จากการตรวจสอบพบว่า แนวคันคลองเดิมมีเสาเข็มตรงและเสาเข็มเอียงค้ำยัน ทำให้ชีทไพล์บางจุดไม่สามารถตอกได้ลึก 12 เมตร โดยบางจุดตอกได้เพียง 1.5–5 เมตร ขณะที่ตอกไปแล้ว 4,317 แผ่น ได้ความลึกรวมประมาณ 21,464 เมตร หรือมีปริมาณงานที่ทำได้ลดลงมากกว่าร้อยละ 50


ป.ป.ช. ยังตั้งข้อสังเกตว่า แบบก่อสร้างระบุให้ตรวจสอบแนวเสาเข็มเดิมและปรับความยาวชีทไพล์ให้เหมาะสม แต่ในสัญญายังคงกำหนดความยาว 12 เมตรทุกแผ่น
จึงมีข้อเสนอแนะเร่งด่วน 7 ข้อ ได้แก่ ให้เบิกจ่ายตามความลึกที่ตอกได้จริงตามสัญญาราคาต่อหน่วย, ปรับลดวงเงินสัญญาตามเนื้องานจริง, คำนวณค่า Overhead และ Mobilization ตามเงื่อนไข, จัดทำ As-Built และแก้ไขสัญญา, ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. และแหล่งที่มาของเหล็ก, ให้ผู้เกี่ยวข้องรับรองเสถียรภาพทางวิศวกรรม และเข้มงวดการตรวจรับงานดินในโครงการฟื้นฟูระบบชลประทานอีก 23 โครงการ


ป.ป.ช. ระบุว่า การเบิกจ่ายต้องยึดปริมาณงานที่ทำได้จริง คาดว่าจะสามารถลดการจ่ายงบประมาณในส่วนนี้และประหยัดเงินแผ่นดินได้ มากกว่า 100 ล้านบาท พร้อมขอให้โครงการชลประทานสงขนารายงานผลการตรวจวัดความยาวชีทไพล์ การเจรจาปรับลดค่างาน และการแก้ไขสัญญา เพื่อให้ ป.ป.ช. ติดตามตรวจสอบต่อไป


