พลังงานจังหวัดสงขลา ยืนยันสถานการณ์น้ำมันในพื้นที่ยังไม่ถึงขั้นขาดแคลน แต่เริ่มอยู่ในภาวะ “ตึงตัว” จากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงผิดปกติ โดยเฉพาะดีเซลที่พุ่งแตะ 84 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมเร่งแก้ไข คาดคลี่คลายใน 1–2 สัปดาห์
วันนี้ (21 มีนาคม 2569) นายจักรพันธ์ กิ่งแก้ว พลังงานจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันในพื้นที่โดยรวมยังมีอยู่ในระบบ โดยเฉพาะคลังในอำเภอสิงหนคร แต่ยอมรับว่า “ไม่เพียงพอต่อความต้องการ” หลังยอดใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับภาพรวมประเทศที่การใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มจากเฉลี่ย 67 ล้านลิตร เป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวในบางช่วงเวลา


ขณะนี้ภาครัฐอยู่ระหว่างเร่งบริหารจัดการและทยอยเติมน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
“คาดว่าจะเริ่มคลี่คลายภายใน 1–2 สัปดาห์ หากเป็นไปตามแผน” นายจักรพันธ์ กล่าว และว่า
พื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะอำเภอสะเดา ได้รับผลกระทบชัดเจน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูง ทั้งจากประชาชนทั่วไปและภาคขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุกที่หันมาเติมน้ำมันในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้หลายสถานีมีน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ
“สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาวะตึงตัวชั่วคราว และอยู่ระหว่างการเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิดต่อไป” นายจักรพันธ์ กล่าว
ด้านผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในอำเภอสะเดา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการจัดสรรโควตาน้ำมันเพียง 30,000–40,000 ลิตรต่อสัปดาห์ ทำให้ต้องบริหารการจำหน่ายอย่างจำกัด บางช่วงจำเป็นต้องขายเป็นเวลา และหากหมดก่อนกำหนด จะไม่สามารถเปิดจำหน่ายได้จนกว่าจะได้รับโควตาใหม่ ส่งผลให้บางสถานีต้องปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่รถยนต์จำนวนมากไปรวมตัวในสถานีที่ยังเปิดอยู่ เกิดความแออัด และมีประชาชนบางส่วนต้องไปต่อคิวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
“สถานีบริการยังต้องกันสำรองน้ำมันสำหรับรถภาครัฐ เช่น รถพยาบาล รถกู้ภัย และรถเก็บขยะ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำหรับประชาชนทั่วไปยิ่งจำกัดมากขึ้น”





แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ผลกระทบเริ่มขยายไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภท เช่น น้ำดื่ม น้ำมันปาล์ม และเม็ดพลาสติก ที่มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้น จากต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่ง
สำหรับราคาน้ำมันล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 กลุ่มดีเซลปรับขึ้น 70 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่เบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร


