จับตาทายาทบ้านใหญ่สตูล“โกแพ”มท.4ภารกิจแก้โจทย์ทุจริตสอบท้องถิ่น-ปม “อบจ.สตูล”

แทมเพลตข่าว 59

รัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน2” ที่่อยู่ในสายตาสื่อมากที่สุดขณะนี้ นอกจาก “รองนายกฯ เอกนิติ” ที่เป็นขุนคลัง กุมทิศทางงบประมาณและกู้วิกฤติเศรษฐกิจแล้ว รวมถึงยังเป็น “ยาสามัญประจำบ้าน” ของนายกอนุทิน ชาญวีรกุล ที่ไว้รองรับการแก้ปัญหาสำคัญเนือง ๆ แล้ว

อีก 2 รัฐมนตรีในสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นข่าวร้อน ๆ ในวันนี้มาจากภาคใต้

แน่นอน หนึ่ง คือ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ ที่มีสถานะ “แม่ทัพภาคใต้” พรรคภูมิใจไทยและได้รับมอบหมายดูแลนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วย

ซึ่งล่าสุด ทีมงาน “รองนายกฯพิพัฒน์” เพิ่งครีเอจงานสื่อสาร ด้วยการเปิดเพจใหม่ “หยัดได้” ซึ่งเป็นคำกล่าวในช่วงที่มีผลงานโดดเด่นในรัฐบาลที่ผ่านมา จนถึงช่วงหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด และได้ผลลัพธ์เกินเป้า สำหรับจำนวนสส.ภาคใต้ รวมถึงคะแนนระบบบัญชีรายชื่อ

เป้าหมายของเพจ “หยัดได้” ต้องการสื่อสารนโยบายของกระทรวงคมนาคม รวมถึงโครงการพัฒนาสำคัญในภาคใต้ ที่รองนายกฯ พิพัฒน์ เพิ่งปลดล็อคโครงการแลนด์บริดจ์ รวมถึงเพิ่ง “แก้ปม” วิกฤติศรัทธาของรัฐบาลในการจัดการปัญหาน้ำท่วมปีที่ผ่านมา ตลอดจนความกังวลต่อฤดูกาลใหม่ที่ใกล้มาถึงใน 3 เดือนนี้

คนที่สอง เป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจาก “โกแพ” นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ผู้รับผิดชอบดูแลกรม สถ. (กรมส่งเสริมกาคปกครองส่วนท้องถิ่น) ที่กำลังร้อนระอุด้วยเรื่อง “ทุจริตสอบข้าราชการ”

ว่ากันว่า “โกแพ” เป็นหนึ่งในขบวนการ “รัฐมนตรีลูกเทพ” ภายใต้การนำของ “ลูกพ่อเนวินกับลูกแม่กรุณา” ของเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อย่างนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ที่ได้ข่าวทุจริตสอบท้องถิ่นมากลบกระแส Thai AI Passport 1,600 ล้านบาทด้วยเพราะ “โกแพ” เป็นรัฐมนตรีหนุ่มป้ายแดง ผ่านเวที สส.สมัยที่ 3 และเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ทางการเมืองที่จังหวัดสตูล ของพ่อ “โกเกียรติ” ผู้กว้างขวาง และ “ลุง” สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล ที่ครองตำแหน่งมายาวนาน

วันนี้สปอตไลท์ ส่องตรงที่ “รัฐมนตรีโกแพ” วันละหลาย ๆ เวลา ในสถานการณ์การเมืองและท้องถิ่นที่กำลังเป็นที่จับตาอย่างมาก โดยเฉพาะบทบาทจากตระกูล “บ้านใหญ่สตูล” เนื่องจากมีกระแสข่าวและประเด็นร้อนที่เข้ามาเกี่ยวพันถึง 2 เรื่องใหญ่พร้อมกัน คือ คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น และกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอาญา นายก อบจ.สตูล (ลุง) และบิดาของ มท.4 เอง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นร้อนกรณี “ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น” ในพื้นที่จังหวัดสตูล ถือเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกลุ่มชาวบ้านและวงการข้าราชการท้องถิ่น เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นฐานการเมืองสำคัญของ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์

ทำให้กระแสสังคมยิ่งให้ความสนใจว่ากลไกตรวจสอบจะดำเนินไปอย่างไร
​เคสที่เป็นประเด็นร้อนและมีการพูดถึงอย่างกว้างขวาง มักจะกระจายอยู่ในหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในจังหวัดสตูล โดยโดยมีจุดร่วมและโมเดลความผิดปกติที่คล้ายคลึงกัน จนเป็นข่าวดังผ่านสื่อต่าง ๆ โดดโดยเฉพาะ กรณีที่คนระดับอดีตนายก อบต. ที่พัวพัน ต้องหลบหนี

​ทั้งสองกรณี มท.4 ได้เคยกล่าวต่อสื่อไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

​1. กรณีข่าว “ทุจริตสอบท้องถิ่น” (มท.4 เป็นคนดูแล)
​ประเด็นนี้ นายวรศิษฎ์ ได้รับมอบหมายให้เข้ามาสางปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีการเรียกรับเงินหลักแสนเพื่อแลกกับโควตาพิเศษ ซึ่ง เขามีท่าทีที่ค่อนข้างดุดันและเน้นย้ำความโปร่งใส โดยคำพูดและแนวทางที่น่าสนใจ มีดังนี้:

​ชิงลาออกก็ไม่มีผล: โดยโกแพ กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการบางคนชิงลาออกเพื่อหนีความผิดว่า “ไม่มีผล แม้จะมีการลาออกก็ไม่มีผล เพราะไม่เกี่ยวกับการลาออกหรือไม่ลาออก แต่เกี่ยวข้องคือเขาได้เข้าไปทำความผิดหรือไม่ หากได้เข้าไปทำความผิดแม้จะมีการลาออก ก็ต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว”

​การคัดแยกคนผิด ไม่ให้กระทบคนสอบได้จริง: มีการสั่งชะลอคำสั่งบรรจุแต่งตั้ง (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569) เพื่อทำการตรวจกระดาษคำตอบและคัดแยกคนที่มีความผิดปกติออกไป โดย มท.4 ระบุว่าต้องแยกแยะระหว่างคนที่ทุจริตกับคนที่สอบได้ด้วยความสามารถตัวเอง เพื่อให้ความเป็นธรรม ส่วนผลการสอบสวนในกรอบของกระทรวงมหาดไทยกำลังสรุปเพื่อส่งต่อให้ ป.ป.ช. และตำรวจขยายผลต่อถึงบุคคลภายนอก

​2. กรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด “นายก อบจ.สตูล” และ “โกเกียรติ” บิดา
​เรื่องนี้ถือเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่กระทบภาพลักษณ์ “บ้านใหญ่สตูล” โดยตรง เมื่อ ป.ป.ช. (แถลงเมื่อ 6 ก.ค. 2569) มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา:
นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ (นายก อบจ.สตูล): มีศักดิ์เป็น “ลุง” กับนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (หุ้นส่วน หจก.เกียรติเจริญชัยการโยธา): เป็น “บิดา”

​พฤติการณ์ที่ ป.ป.ช. ชี้มูล: เกิดจากโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน วงเงิน 29.8 ล้านบาท (ตั้งแต่ปี 2559) ซึ่ง หจก. ของพ่อนายวรศิษฎ์ เป็นผู้รับจ้าง แต่ทิ้งงานและทำงานล่าช้าไปกว่า 6 ปี จนมีค่าปรับสะสมสูงถึง 58 ล้านบาท (เกินกว่ามูลค่าโครงการถึง 213%) แต่นายสัมฤทธิ์ (นายก อบจ.) กลับใช้อำนาจผ่อนปรน ไม่ยอมบอกเลิกสัญญาตามที่เจ้าหน้าที่เสนอ ป.ป.ช. จึงชี้มูลความผิดนายก อบจ. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่/ทุจริต และชี้มูลบิดาของ มท.4 ในฐานะ “ผู้สนับสนุน” ให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด

“กรณีแหล่งข่าวใกล้ชิด อบจ.สตูล ยืนยันว่า ไม่กังวล ให้ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมาย”

สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ แม้ตัว มท.4 จะยังไม่มีการให้สัมภาษณ์ตอบโต้หรือแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการในส่วนของคดีครอบครัว (เนื่องจากเพิ่งมีมติชี้มูลออกมาสด ๆ ร้อน ๆ) แต่สปอตไลท์ทางการเมืองดิ่งตรงไปที่เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะในขณะที่บทบาทหน้าที่ของเขาคือ “การปราบทุจริตสอบท้องถิ่น” แต่คนในครอบครัวและเครือข่ายบ้านใหญ่กลับถูก “ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตในระดับท้องถิ่น” เสียเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *