หากกล่าวถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและวางรากฐานการพัฒนาเมืองกระบี่ชื่อ “นายกโกเงา” กีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน ย่อมเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
เป็นหนึ่งใน “ตำนานนายกเทศมนตรี”ของประเทศไทย ที่มีเรื่องราวให้กล่าวขานมากกว่าสถิติการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ที่ยาวนานสร้างประวัติศาสตร์ถึง 8 สมัย สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจจากประชาชนและผลงานที่ได้รับการยอมรับ จากความมุ่งมั่นในการบริหารเมืองอย่างแท้จริง


ตลอดระยะที่ทำหน้าที่ “นายกเล็กเมืองกระบี่” นอกจากการปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจของผู้บริหารท้องถิ่น ในการพัฒนาเยเมืองโดยทั่วไป บนหลักพื้นฐาน “ถนนดี น้ำไหล ไฟสว่าง”แล้ว จากการเติบโตทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ และความมุ่งมั่นที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในตัวเมืองกระบี่ด้วย การสร้างจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ “นายกโกเงา” คิดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เมืองกระบี่เป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีเสาไฟฟ้า และเสาไฟจราจรกลางสีแยกที่รูปปั้นปฏิมากรรมให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรุป และเรียยรู้เรืองราว ประวัติเมือง ทั้ง ประติมากรรม “มนุษย์โบราณ”,ประติมากรรม“นกออก” ,ประติมากรรม“ช้างชูกระบี่”,ประติมากรรม“เสือเขี้ยวดาบ”,“อนุสาวรีย์ปูดำ” , ประติมากรรม “นกอินทรีทะเลท้องขาว”
นายกีรติศักดิ์ ยังได้ผลักดันและริเริ่มโครงการสำคัญต่างๆ มีผลงานชิ้นโบแดงคือ การพลิกโฉมเมืองกระบี่ให้กลายเป็น “แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะและธรรมชาติ” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วยการสร้างหอศิลปะ จัดงานแสดงผลงาน และนำผลงานศิลปะร่วมสมัยและประติมากรรมต่างๆ มาผสมผสานเข้ากับภูมิทัศน์ของเมืองได้อย่างลงตัว
ทั้งศิลปินที่มีชื่อจากหลายประเทศ รวมถึงศิลปินแห่งชาติชื่อดัง ต่างมีผลงานโชว์ที่เมืองกระบี่ อาทิ ถวัลย์ ดัชนี,ประเทือง เอมเจริญ, ประหยัด พงษ์ดำ, อิทธิพล ตั้งโฉลก, ศราวุธ ดวงจำปา, ดร.กมล ทัศนาญชลี,นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน, เดชา วราชน, ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี,เซียน ยิ้มศิริ,วิโชค มุกดามณี, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ และ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ฯลฯ


ศิลปินชื่อดังบ้านเราอีกหลายคน อาทิ รองศาสตราจารย์ พิเชษฐ์ เปียร์กลิ่น, ผู้ช่วยศาสตราอาจารย์กมล คงทอง, มูฮัมหมัด โรจนะ
อุดมศาสตร์, สุบิน เมืองจันทร์, จรูญ ศรียาพันธุ์,เจะอับดุลเลาะ เจะสอเหาะ, Kameelah I-Lala, Keeta Isran, Muhammadsuriyee Masu, นิโคลัส ระเด่นอาหมัด, Nordiana Beehing, Nuratna Hawae, Phrutthinun Dumnim, Pichet Piaklin, Prach Pimarnman, Yamilah Haji ฯลฯ
รวมถึง ศิลปินนักร้องอย่าง Manassawin Nantasen / Tik Shiro (มนัสวิน นันทเสน – ติ๊ก ชีโร่)
อีกทั้ง ศิลปินนานาชาติ (International Artists) ก็มีหลากหลายชาติ อาทิ เนปาล (Nepal) จากโครงการ Nepal-Thailand Art Exchange Program 2018 จำนวน 10 คน, สหรัฐอเมริกา(USA) 16 คน, โปแลนด์ (Poland) 7 คน, เมียนมาร์ (Myanmar) 17 คน, ญี่ปุ่น (Japan) 4 คน,มาเลเซีย (Malaysia) 3 คน ฯลฯ


กลายเป็นหนึ่งในผลงานแห่งความภาคภูมิใจและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดที่ได้ริเริ่มไว้ ภายใต้โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ“พิพิธภัณฑ์ลูกปัดอันดามัน” อันเลื่องชื่อ
จุดเริ่มต้นของโครงการดังกล่าวมาจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของตัวเมืองกระบี่ แทนที่จะเดินทางผ่านไปยังเกาะพีพี ลันตา หรืออ่าวนางเท่านั้น
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์เส้นทางการค้าทางทะเลเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน และจัดแสดงลูกปัดโบราณที่ล้ำค่าเสมือนอัญมณีและทองคำในยุคอดีต เช่น ลูกปัดสุริยเทพ (หน้าคน) และ ลูกปัดตานกยูง (แก้วโมเสก) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมและความรุ่งเรืองของภาคใต้ฝั่งอันดามันในฐานะศูนย์กลางการค้าโลกยุคโบราณ ทำให้กระบี่มีมิติการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นและมีคุณค่าในระดับสากล
แม้ปัจจุบัน “นายกโกเงา” จะก้าวลงจากเวทีการบริหารงานท้องถิ่นแล้ว ด้วยปณิธานที่มุ่งมั่นองค์ความรู้ และประสบการณ์ ยังพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาหอศิลป์ต่อไป
ขณะที่บทบาททางสังคม วันนี้ “นายกโกเงา” รับหน้าที่ “ประธานมูลนิธนายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน” เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือสังคม สนับสนุนด้านการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกระบี่ให้ดียิ่งขึ้น


