ม.อ.-วช. เปิด “Hat Yai Model Plus” ตั้งเป้าใช้เต็มระบบในเดือนกันยายน “รองนายกฯนครหาดใหญ่” มั่นใจหลังผนึก ม.อ.-30 ภาคีเครือข่ายยกระดับระบบข้อมูลและการช่วยเหลือ ทำให้พร้อมรับมือน้ำท่วมปีนี้
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน กว่า30 หน่วยงาน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านการวิจัย ภายใต้โครงการ “HatYai Model Plus” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ภายใต้แนวคิด “นับถอยหลัง…สู่หาดใหญ่ที่พร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา




พิธีเปิดโดย นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.), ดร.ยุพิน เลิศบุรุ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย และสื่อมวลชนเข้าร่วม
ภายในงานมีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างม.สงขลานครินทร์กับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยสกสว., วช., หน่วยงานราชการระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงาน
สาธารณสุข ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม
หลังพิธีลงนาม มีเวทีเสวนาความร่วมมือภายใต้หัวข้อ “Hat Yai Model Plus : การบูรณาการงานวิจัยเพื่อการบริหารจัดการอุทกภัยอย่างยั่งยืน” โดยผู้แทนจากมหาวิทยาลัย กลุ่มจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้ข้อมูลและงานวิจัยร่วมกัน เพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการภัยพิบัติของพื้นที่
โครงการ Hat Yai Model Plus เป็นการต่อยอดบทเรียนจากปัญหาอุทกภัยซ้ำซากของอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษาการแพทย์ และการคมนาคมของภาคใต้ โดยมุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงข้อมูล พัฒนาระบบเตือนภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติแบบ บูรณาการ


การดำเนินงานของ Hat Yai Model Plus บูรณาการงานวิจัยสำคัญ 4 โครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สกสว. และทุนวิจัยจาก วช. ได้แก่ 1. ระบบเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้าแบบเรียลไทม์ โดยใช้แบบจำลองพยากรณ์ฝน แบบจำลองอุทกวิทยา และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคาดการณ์และบริหารจัดการความเสี่ยงอุทกภัยในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
2.การพัฒนาศูนย์กลางเครือข่ายระบบข้อมูลสารสนเทศสาธารณสุขเพื่อการจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ (One Data), 3. การพัฒนารูปแบบศูนย์พักพิงอัจฉริยะ (Smart Shelter) เพื่อรองรับผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4. การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวทาง Hat Yai Model Plus เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและรับมือภัยพิบัติ
โดยคณะนักวิจัยจาก วช. และม.อ. เผยว่าขณะนี้การดำเนินงานของโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 70% อยู่ระหว่างลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชุมชน สำรวจ และจัดเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีโดรน พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลให้มีความละเอียดและเป็นปัจจุบัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถบริหารจัดการและบัญชาการเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


รศ.ดร.นพ.ชนนท์ กองกมล ผู้ช่วยอำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ม.อ. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัย วช. เทศบาล จังหวัด และชุมชน ให้สามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ตั้งแต่การวางแผนก่อนเกิดน้ำท่วม การเตรียมพร้อม การรับมือ จนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัย เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจและปฏิบัติงานได้แบบเรียลไทม์
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ประธานแผนงานวิจัยเข็มมุ่งบริหารจัดการน้ำวช. กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)และ วช. ได้กำหนดให้หาดใหญ่เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการน้ำด้วยนวัตกรรม ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การพยากรณ์ฝนและน้ำท่วม การจัดทำแผนที่ข้อมูล การพัฒนาศูนย์พักพิงอัจฉริยะ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน หากโครงการประสบความสำเร็จ จะขยายผลไปยังเทศบาลและเมืองอื่นทั่วประเทศ
“โครงการจะดำเนินการแล้วเสร็จและพร้อมใช้งาน 100% ภายในเดือนกันยายน 2569 พร้อมจัดการซ้อมแผนรับมืออุทกภัยครั้งใหญ่ โดยทดสอบตั้งแต่ระบบบัญชาการเหตุการณ์ การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ระบบเตือนภัย ไปจนถึงการปฏิบัติในระดับชุมชน เพื่อให้หาดใหญ่มีระบบบริหารจัดการอุทกภัยที่ทันสมัย แม่นยำ และสามารถเป็นต้นแบบการจัดการภัยพิบัติของประเทศในอนาคต”
ด้าน นพ.ชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนั้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยของเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านข้อมูล การเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้การตัดสินใจ การเตือนภัย และการช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“การป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่เป็นภารกิจหลักของเทศบาลซึ่งได้วางแผนเตรียมความพร้อมล่วงหน้ารองรับช่วงฤดูฝนในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า โดยเร่งดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม ทั้งการขุดลอกคูคลอง ปรับปรุงและขยายระบบระบายน้ำ ด้วยงบประมาณของเทศบาล เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม” นพ.ชรินทร กล่าว และว่า
เทศบาลยังเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดอุทกภัยทั้งด้านการช่วยเหลือ การอพยพ และการเยียวยาประชาชน การมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูล และการเชื่อมโยงเครือข่ายกว่า 30 หน่วยงาน จะทำให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


