วาระที่ดี!“อีดิลฟิตริ ฮารีรายา”

ปกข่าวเพจมานะ 18

ประกาศของสำนักจุฬาฯ วันอีดิลฟิตริ หรือ “ฮารีรายา ปีฮิจเราะฮ์ศักราช 1447” ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. 2569 ซึ่งก็ตรงกับการ “ออกอีด” ของอีกหลายประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ฯลฯ ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และเป็นอีกปีที่การถือศีลอดเดือนรอมฎอนของพี่น้องมุสลิมบ้านเราครบจำนวน 30 วัน ในขณะที่ประเทศอาหรับ ทางตะวันออกกลาง ซึ่งถือศีลอดก่อนเราหนึ่งวันออกอีดในวันนี้ (ศุกร์ที่ 20 มี.ค.)

ประเด็นที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น มาจากการที่มีคนอ้างการเห็น “จันทร์เสี้ยว” เมื่อตอนค่ำของวันพฤหัสฯที่ 19 มี.ค. ที่ เขาปาเระ อ.ยะหา จ.ยะลา และ ด้วยความรวดเร็วของโลกโซเชียลมีเดีย จึงมีบางเพจนำการเห็นนั้นมาลง โดยที่ขณะนั้นอาจจะยังไม่ได้มีการตรวจสอบจนแล้วเสร็จ นำไปสู่การคาดหวังของหลายๆ คนที่เห็นข้อความในเพจว่าวันรุ่งขึ้นเป็น ”วันรายา“

เมื่อสำนักจุฬาฯ ออกคำประกาศที่ไม่เป็นไปตามการคาดหวัง จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมมุสลิมบางส่วน

หากทำความเข้าใจกระบวนการดังกล่าวก่อนจะมีคำตัดสิน จะรู้ว่าคณะกรรมการ ที่ดูแลเรื่องนี้ของสำนักจุฬาฯมีกระบวนการที่รัดกุมแม่นยำและใช้เวลา

ซึ่งในกรณีนี้ เมื่อมีการตรวจสอบคนที่กล่าวอ้างการเห็นจันทร์เสี้ยวดังกล่าวพบว่ามีข้อพิรุธ เช่น คนแรกไม่ได้อยู่ ณ จุดดูจันทร์เสี้ยวช่วงพระอาทิตย์ตก ทั้งไม่สามารถระบุเวลาการเห็น และรูปร่างไม่ตรงกันกับพยานคนอื่น ส่วนคนที่สองและสามก็ให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน และบางรายไม่ยืนยันชัดเจนว่าเป็นจันทร์เสี้ยวจริง ระยะเวลาที่อ้างอิงก็ไม่สอดคล้องหลักดาราศาสตร์

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาประเมิณแล้วเห็นว่าน้ำหนักไม่เพียงพอ และส่งข้อมูลดังกล่าวส่งไปยังสำนักจุฬาฯ “ยะลาไม่มีคนเห็น” ตรงกับจังหวัดอื่นๆ และเป็นที่มาของคำประกาศดังกล่าว

เรื่องที่ไม่ควรเป็นประเด็น จนเกิดการวิจารณ์การทำงานของสำนักจุฬาฯ จึงมาจากความรวดเร็วของการสื่อสารสมัยใหม่ ที่บางครั้งอาจเป็นความตั้งใจดีที่จะส่งข่าว(ที่ยังไม่ได้กรอง) จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความคาดหวัง ทั้งคนเห็นจากเพจเองก็อาจลืมไปว่า ผู้ที่มีหน้าที่ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการมีเพียงสำนักจุฬาฯเท่านั้น

ซึ่งโดยหลักแล้วต้องเป็นเช่นนั้น แต่ละสิ่งอย่างล้วนมีที่มาที่ไปมีกฎเกณฑ์ ตัวบทหลักฐานมีกระบวนการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของหลักศรัทธา หลักศาสนบัญญัติ หลักการปฏิบัติ

เหนืออื่นใด คำตัดสินของผู้นำถือเป็นสิ้นสุด และไม่ควรมีคำท้วงติงใดอีก

ทั้งควรจะถือเป็น “วาระที่ดี” ที่พี่น้องมุสลิมในบ้านเรา รวมทั้งแถบประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงจะได้ร่วมเฉลิมฉลอง จะได้เดินทางไปมาหาสู่ ร่วมความยินดีหลังผ่านการทดสอบตลอดหนึ่งเดือนโดยพร้อมเพรียงกัน

สลามัตอีดิลฟิตริ สลามัตฮารีรายา..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *