“ตั้งเป้าผลักดันให้กระบี่ก้าวขึ้นเป็นเมืองหลักที่สร้างรายได้ระดับต้นๆ ของประเทศ”
นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (อบจ.กระบี่) หรือ “โกหงวน” ซึ่งเป็น “นายก อบจ.” ถึง 8 สมัย และครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน เผยทิศทางและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดกระบี่

พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และเตรียมเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการบริหารบ้านเมืองมากขึ้น
นายกสมศักดิ์ กล่าวว่า ฐานเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกระบี่คือ ภาคการเกษตร โดยมีภาคการท่องเที่ยว เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันกระบี่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างมาก โดยเฉพาะสนามบินที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมหาศาล ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแล้วเกือบ 2 ล้านคน
“ศักยภาพดังกล่าวทำให้กลุ่มธุรกิจและบริษัทขนาดใหญ่เริ่มหันมาให้ความสนใจลงทุนในพื้นที่ แม้ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม”
นายกสมศักดิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม โดยมุ่งหวังให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต-พังงา-กระบี่-ตรัง-สตูล) ซึ่งจะช่วยกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และยกระดับรายได้ให้กับทั้งภูมิภาค ไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดกระบี่เท่านั้น


“การเมืองไร้รอยต่อ”สานต่องานไร้ข้อขัดแย้ง
นายกสมศักดิ์ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จังหวัดกระบี่พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา คือ “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ของทุกภาคส่วน
“กระบี่โชคดีที่นักการเมืองระดับชาติ (สส.) ทั้ง3-4 คนในพื้นที่ ล้วนมาจากพรรคเดียวกันอย่างต่อเนื่องหลายสมัย ทำให้การประสานงาน และการผลักดันโครงการต่างๆ กับรัฐบาลส่วนกลางเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเอกภาพ”
เช่นเดียวกับ ในระดับท้องถิ่น อบจ.กระบี่ ได้ริเริ่มโครงการ “ท้องถิ่นประสานใจ” ซึ่งเป็นเวทีที่ดึงผู้บริหารท้องถิ่นและฝ่ายนิติบัญญัติมาร่วมอบรมและพูดคุยกันทุกปี เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นโมเดลความสำเร็จที่ข้าราชการหลายฝ่ายยอมรับหนุนรัฐปราบ “นอมินี” ทุนเทา!


นายกสมศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงในกลุ่มจังหวัดอันดามันคือ ปัญหาชาวต่างชาติเข้ามาแย่งอาชีพคนในพื้นที่ (นอมินี) และทุนเทา ซึ่งพบเห็นได้ทั้งในภูเก็ต พังงา และกระบี่
“ผมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามกลุ่มนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและปกป้องโอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย”
นายสมศักดิ์ ยังกล่าวฝากข้อคิดถึงพี่น้องประชาชนว่า เมื่อการพัฒนาเมืองทำให้เศรษฐกิจและรายได้ดีขึ้น ประชาชนต้องระมัดระวังในการใช้จ่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ และยึดมั่นใน “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต
ถึงเวลาส่งไม้ต่อ “คนรุ่นใหม่”
กรณีที่มีการปรับลดอายุผู้บริหารท้องถิ่นจาก 35 ปี มาเป็น 25 ปีนั้น นายสมศักดิ์ มองว่าเป็นเรื่องดีที่เปิดโอกาส แต่ก็ฝากข้อห่วงใยว่าผู้บริหารในวัยนี้อาจยังขาดประสบการณ์และความรอบคอบ ซึ่งอาจทำให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผลประโยชน์ได้ง่าย จึงต้องมีการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์เพิ่มเติม
นายกสมศักดิ์ กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของตนเองว่า ในวัยที่สูงขึ้น คนรุ่นเก่าเริ่มหมดไฟและถึงเวลาที่ต้องเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและสร้างอนาคตของกระบี่
“วันนี้เราเริ่มดึงเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมในเวทีการประชุมใหญ่ๆ ทั้งหอการค้า สมาคมต่างๆ รวมถึงการผลักดันให้ใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาเมือง”
การทำงานของผมยึดหลักความจริงใจ อันไหนทำได้ ก็บอกว่าได้ อันไหนทำไม่ได้หรือเกินศักยภาพก็ต้องบอกพี่น้องประชาชนตรงๆ เราไม่ใช่คนที่จะเนรมิตได้ทุกอย่าง แต่เมื่ออาสาเข้ามาแล้วก็ต้องทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
“วันนี้ผมภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านเมือง และคิดว่าถึงจุดหนึ่งก็น่าจะพอสำหรับเราแล้วเพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพได้เข้ามาสานต่อ” นายกสมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย


