26 สิงหาคม 2568 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย /อดีตนายก อบจะ.สงขลา และอดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมประชุมและลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Mr. Jia Qiang ประธานศูนย์ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มณฑลเสฉวน (Sichuan Youth Entrepreneurs Center for International Exchanges)


โดยมี นายไพศาล พืชมงคล เจ้าของสำนักงานทนายความธรรมนิติ พร้อมผู้แทนสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน (TCCEA) ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการดึงนักลงทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ของไทย
ภายใต้โครงการความร่วมมือตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Motorcycles) ด้วยการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเจาะตลาดภาคใต้ในระยะแรก

“เป้าหมายที่สำคัญคือ การ สร้างงานและสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเน้นการมีงานทำในพื้นที่ ลดการเดินทางมาทำงานกระจุกตัวในเมืองหลวงหรือต่างจังหวัด ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น” นายนิพนธ์ กล่าว และว่า
การหารือและลงนามในครั้งนี้ เกิดจากการที่ตนได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโอกาสในการเชิญชวนนักธุรกิจจีนให้เข้ามาสำรวจการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้
ต่อมา ในวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตนได้ต้อนรับคณะนักธุรกิจดังกล่าวที่เดินทางมาดูพื้นที่จริงในจังหวัดสงขลา และจากการประเมินศักยภาพด้านทำเลและความพร้อมของจังหวัด คณะนักธุรกิจเห็นว่า สงขลามีความเหมาะสมต่อการลงทุน จึงนำไปสู่การหารือและการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้
การจับมือกับภาคธุรกิจจากเมืองเฉิงตู จะเป็นการต่อยอดให้ภาคใต้เป็น ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การส่งออกสู่ภูมิภาคอาเซียนในอนาคต อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าโลก
ทั้งยังเป็นการวางรากฐานให้สงขลาและภาคใต้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ของภูมิภาค เชื่อมต่อสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลกในอนาคต
ทั้งนี้ โรงงานผลิตรถจักรยนยนต์ไฟฟ้าดังกล่าวจะตั้งในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ลงทุนได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีระดับเดียวกันกับ EEC โดยมอบหมายให้สำนักงานทนายความธรรมนิติ รับผิดชอบจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ขออนุญาต มอก. และรับทำบัญชี และภาษีอากรให้
โดยกลุ่มนักธุรกิจไทย นำโดยนายนิพนธ์ ร่วมลงทุนถือหุ้น 51% ของฝ่ายไทย และให้ฝ่ายไทยเตรียมส่งช่างเทคนิค 20 คน ไปฝึกเทคนิคการควบคุมโรงงานที่เสฉวน 20 วัน และจัดส่งนักศึกษาไปเรียนรู้ด้านเทคนิคจากโรงงานในประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมการเจรจาเพื่อทำความตกลงจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมผลิตโดรน ในพื้นที่ภาคใต้ต่อไปด้วย และถ้าตกลงกันได้ ฝ่ายจีน จะปิดโรงงานผลิตโดรนในกัมพูชาและย้ายฐานผลิตมายังนิคมอุตสาหกรรมผลิตโดรนในประเทศไทย ในการตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่จะใช้พื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งนายนิพนธ์ จะจัดหาที่ดินโครงการนี้


