มติฉิวเฉียด!4ต่อ3เสียง “ณรงค์ กลั่นวารินทร์”นั่งปธ.กกต.คนใหม่

ณรงค์

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดประชุมคณะกรรมการที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ได้แก่ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ นายชาย นครชัย นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ร่วมด้วยนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายณรงค์ รักร้อย ว่าที่ กกต. ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาและได้ดำเนินการตามเงื่อนไขทางกฎหมายครบถ้วนแล้ว

การประชุมเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกประธาน กกต. คนใหม่ แทนนายอิทธิพร บุญประคอง ที่พ้นวาระตามกำหนด การประชุมใช้เวลาประมาณกว่าหนึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ และมีรายงานว่าที่ประชุมมีมติเลือก นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. คนใหม่ ด้วยคะแนน 4 ต่อ 3

หลังการลงมติ สำนักงาน กกต. เตรียมส่งผลการคัดเลือกไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภาให้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้งทั้งนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และนายณรงค์ รักร้อย เป็น กกต. รวมถึงนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ในตำแหน่งประธาน กกต. อย่างเป็นทางการ

ประวัติและเส้นทางในสายงานตุลาการ

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ อายุ 65 ปี จบการศึกษา

  1. นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (พ.ศ. 2525)
  2. เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (พ.ศ. 2526)
  3. พัฒนบริหารศาสตรบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (พ.ศ. 2539)

เขาได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ดำรงตำแหน่งแทนนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และเข้ารับตำแหน่ง กกต. เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568

ก่อนก้าวเข้าสู่องค์กรอิสระ นายณรงค์ผ่านประสบการณ์สำคัญในสายงานตุลาการ อาทิ

  1. ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2 (2558–2559)
  2. ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (2559–2561)
  3. รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (2561–2562)
  4. อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง (2562–2564)
  5. ผู้พิพากษาศาลฎีกา (2564–2566)
  6. ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา (2566–2568)
  7. กรรมการการเลือกตั้ง (30 ส.ค. 2568 – ปัจจุบัน)

การขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธาน กกต. ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งท้องถิ่น และอาจรวมถึงการเลือกตั้งระดับชาติในอนาคตอันใกล้ ทำให้ภารกิจของนายณรงค์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการกำกับกระบวนการเลือกตั้งให้โปร่งใส เที่ยงธรรม และยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระด้านการเลือกตั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *