การเลือกตั้ง สส.สงขลา เขต 2 (พื้นที่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ กับอบต.คลองอู่ตะเภา) จะดูเดือนอด เข้มข้นมากขึ้นเมื่อปรากฏข่าว “หมอสุภัทร” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ที่ด้านหนึ่งเป็นแกนนำนักเคลื่อนไหว หรือผู้นำภาคประชาชนที่มีบทบาทมาอย่างต่อเนื่อง ได้ตัดสินใจลาออกจากรายการ และเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน
เป็นการเปิดตัวในห้วงเวลาเดียวกับ “จูรี นุ่มแก้ว” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศเมื่อ 16 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า ตัดสินใจลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต แทนระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ แม้จะมีโอกาสได้ลำดับที่ดี
“แม้ผมจะมีโอกาสเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคและอยู่ในลำดับที่มีโอกาสสูง
แต่เพื่อให้สดคล้องกับอุดมการณ์ทางการเมืองเดิมที่ผมอยากทำการเมืองสุจริต เพื่อสู้กับนักซื้อเสียงและเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีงามให้กับสังคม รวมถึงผมเห็นว่า ระบบการเลือกตั้งที่ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด คือ ระบบเขต ผมจึงขอแสดงเจตจำนงลงสมัคร ส.ส. ในพื้นที่ เขต 2 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ว่าจะต้องต่อสู้กับโจทย์ที่ยาก มีปัจจัยการแข่งขันสำคัญคือ เงิน และปัจจัยแวดล้อมอีกหลายอย่างก็ต้องสู้ให้สุดในแนวทางของเรา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของชาวบ้าน” จูรี เผยเหตุผลที่สะท้อนจุดยืนทางการเมืองผ่านเพจของตัวเอง ตอกย้ำคำว่า “ร่างทรงชาวบ้าน จิตวิญญาณประชาชน”
ด้าน หมอสุภัทร เผยผ่าน “มติชน” ว่า
ได้ยื่นหนังสือลาออกจนสุดราชการ เพื่อลงสมัคร สส. เขต 2 สงขลา พรรคประชาชนแล้ว
“ยังไม่อยากให้สัมภาษณ์ใดๆ ในช่วงนี้ หลัง 18 ธันวาคมจะให้สัมภาษณ์ อย่างเป็นทางการ”
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นพ.สุภัทร ปรากฏข่าวการที่ต้องสู้กับการให้ออกจากราชการด้วย
ขณะที่ สส. เขต 2 สงขลานั้น มี “ศาสตรา ศรีปาน” เป็นเจ้าของพื้นที่ต่อเนื่องมาเป็นสมัยที่ 2 โดยปี 2562 ได้กระแส “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ช่วยให้ได้เป็น สส. ใหม่ป้ายแดง ในนามพรรคพลังประชารัฐ และปี 2566 สมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ
โดยคะแนนจากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี 2566 นายศาสตรา ศรีปาน ได้ 20,553 คะแนน(23.77%) ตามมาด้วย นางสาววชิราภรณ์ นิรันดร์คณาภรณ์ พรรคก้าวไกล 20,385 คะแนน (23.57%) และนายจูรี นุ่มแก้ว พรรคชาติพัฒนากล้า 15,368 คะแนน (17.77%)
เป็นคะแนนที่สอดรับกระแสพรรคที่มาแรงของพรรคก้าวไกล กับ “ลุงตู่” ซึ่งสังเกตุได้จากคะแนนการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อของเขต 2 ซึ่งพรรคก้าวไกลได้สูงสุด 30,324 คะแนน (35.07%) ตามมาด้วยพรรครวมไทยสร้างชาติ 28,833 คะแนน (33.34%) และพรรคประชาธิปัตย์ 7,202 คะแนน (8.33%)
ขณะที่ การเลือกตั้งที่จะมาถึงในปี 2569 กระทางความนิยมของพรรคการเมืองแตกต่างไปจากปี 2566 โดยสิ้นเชิงเมื่อพิจารณาจากการสำรวจครั้งล่าสุดของ “นิด้าโพล” เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ที่ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 18-24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.65 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 3 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 8 ร้อยละ 1.85 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) อันดับ 9 ร้อยละ 1.25 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ (พรรครวมไทยสร้างชาติ) พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)
พิจารณาทั้งความโดดเด่นชองตัวบุคคล ของ นพ.สุภัทร-จูรี และสส.ศาสตรา กับความนิยมในตัวหัวหน้าพรรคกับกระแสพรรคคือ นายณัฏพงศ์ เรืองงปัญญาวุฒิ/ประชาชน. นายอนุทิน ชาญวีรกูล/ภูมิใจไทย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ/ประชาธิปัตย์ คาดว่า จะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น โอกาสความเป็นไปได้เกิดขึ้นได้ทุกทาง


