จังหวัดสงขลา รายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หลังการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดสงขลา (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของ การจ่ายเงินเยียวยาอุทกภัย ครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี ภาพรวมทั้งจังหวัดมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีคำร้องยื่นขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด 748,225 ครัวเรือน ผ่านการพิจารณาแล้ว 638,388 ครัวเรือน และดำเนินการโอนเงินสำเร็จแล้ว 613,530 ครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 5,521.77 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ มีการยื่นคำร้อง 107,181 ครัวเรือน ผ่านการประชาคม 89,115 ครัวเรือน และผ่านการพิจารณาของ ก.ช.ภ.อ. และ ก.ช.ภ.จ. จำนวน 89,114 ครัวเรือน ขณะนี้โอนเงินเยียวยาแล้ว 83,478 ครัวเรือน คิดเป็น 93.7% คงเหลืออีก 5,636 ครัวเรือน ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลาอันสั้น

ขณะที่ การช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกินหลังละ 49,500 บาท จังหวัดให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมบ้านเรือนเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว จากการสำรวจเบื้องต้นพบที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย 68,103 หลังคาเรือน ผ่านการกลั่นกรองข้อมูลแล้ว พบว่ามีครัวเรือนเข้าข่ายได้รับการเยียวยา 25,246 ครัวเรือน
ปัจจุบันได้อนุมัติเงินช่วยเหลือบ้านเรือนที่เสียหายแล้ว 1,079 หลังคาเรือน รวมเป็นเงินกว่า 1.47 ล้านบาท ตามระเบียบเงินทดรองราชการและระเบียบกระทรวงมหาดไทย และยังคงมีการสำรวจเพิ่มเติมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายอีก 17,523 หลังคาเรือน ก่อนเร่งรัดเบิกจ่ายต่อไป
ด้าน การช่วยเหลือภาคการเกษตร ที่ประชุม ก.ช.ภ.จ. ได้ให้ความเห็นชอบและรับรองความเสียหายครบถ้วน เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
- ด้านพืช ช่วยเหลือเกษตรกร 8,854 ราย พื้นที่เสียหายกว่า 33,429 ไร่ วงเงินกว่า 61.9 ล้านบาท
- ด้านประมง ช่วยเหลือเกษตรกร 2,042 ราย วงเงินกว่า 41.1 ล้านบาท
- ด้านปศุสัตว์ ช่วยเหลือเกษตรกร 1,724 ราย ครอบคลุมสัตว์เลี้ยงกว่า 106,978 ตัว วงเงินกว่า 114.2 ล้านบาท
จังหวัดสงขลายืนยันว่า ทุกภาคส่วนกำลังทำงานอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การเยียวยาและฟื้นฟูหลังอุทกภัยเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเหตุเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


