กกร.สงขลายื่น 3 ข้อถึงนายกฯเร่งแผนกันน้ำท่วมหาดใหญ่ก่อนมรสุม

แทมเพลตข่าว 36

“100 วันก่อนมรสุม : ภาคเอกชนสงขลาเรียกร้องนายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งอนุมัติแผนป้องกันน้ำท่วม ก่อนเศรษฐกิจภาคใต้เสี่ยงเสียหายซ้ำ”

หาดใหญ่, สงขลา — คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.) เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ใช้โอกาสการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในระหว่างวันที่  9–10 กรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ แวะตรวจความพร้อมด้านการป้องกันอุทกภัยของเมืองหาดใหญ่ พร้อมรับฟังข้อเสนอที่ภาคเอกชนเตรียมไว้ ก่อนเข้าสู่ช่วงมรสุมปลายปีที่เหลือเวลาไม่ถึง 100 วัน

ภาคเอกชนเห็นตรงกันว่า ปัญหาน้ำท่วมในหาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสาธารณูปโภค แต่เป็น ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจระดับยุทธศาสตร์ของภาคใต้ ที่ส่งผลกระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน การขนส่ง และความเชื่อมั่นของประเทศ

จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปี 2568 จังหวัดสงขลาประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 87,800 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดของภาคใต้ในรอบหลายทศวรรษ

ความเสียหายสำคัญประกอบด้วย

  • เศรษฐกิจเมืองหยุดชะงักกว่า 23,800 ล้านบาท
  • รถยนต์ เครื่องจักร และทรัพย์สินภาคเอกชน เรียกเคลมจำนวน 107,934 ราย ค่าเสียหายกว่า 22,000 ล้านบาท
  • นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียลดลงกว่า 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในช่วงเดือนธันวาคม
  • รายได้ภาคท่องเที่ยวหายไปประมาณ 9,660 ล้านบาท ในเดือนธันวาคม ลดลงกว่า 54% เทียบกับช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน
  • การค้าชายแดนและระบบโลจิสติกส์หยุดชะงัก ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานของภาคใต้ทั้งหมด

กกร. ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงความเสียหายจากน้ำท่วม แต่คือ การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว และคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู


ข้อเสนอเร่งด่วน 3 ประการต่อรัฐบาล

1. นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ด้วยตนเอง

เพื่อติดตามความพร้อม รับฟังข้อเท็จจริงจากภาคเอกชน และสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจของภาคใต้

2. จัดตั้ง War Room บริหารจัดการน้ำจังหวัดสงขลา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

กกร.ขอให้แต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คณะทำงานบริหารจัดการน้ำจังหวัดสงขลา ที่มีอำนาจสั่งการและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพ โดยลงมาบัญชาการด้วยตนเอง

3. เร่งอนุมัติงบประมาณโครงการสำคัญก่อนฤดูมรสุม

เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันในปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึง 100 วันจะเข้าฤดูมรสุม เหลือระยะเวลาในการทำงานไม่มาก ไม่ใช่หลังเกิดความเสียหายแล้วจึงเริ่มแก้ไข


งบประมาณสำคัญที่ต้องเร่งผลักดัน

1. งบเร่งด่วน จากงบกลาง 34.9 ล้านบาท

สำหรับขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดวิกฤต พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่

2. งบฟังก์ชันกรมชลประทาน 1,174.379 ล้านบาท

เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน คลองหลัก และระบบบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ

3. งบฟังก์ชันเทศบาลนครหาดใหญ่ 1,079 ล้านบาท

สำหรับปรับปรุงระบบระบายน้ำเมือง เสริมสร้างความพร้อมของเครื่องจักรกล ยานพาหนะและอุปกรณ์ด้านการป้องกัน และโครงสร้างพื้นฐานรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก


“หาดใหญ่ไม่ได้ขาดแผน แต่ขาดความเร็วในการตัดสินใจ”

ภาคเอกชนยืนยันว่า ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีข้อมูล แผนงาน และโครงการรองรับครบถ้วนแล้ว สิ่งที่ต้องการคือการเร่งรัดการตัดสินใจและการจัดสรรงบประมาณให้ทันก่อนฤดูมรสุม

หากสามารถผลักดันโครงการสำคัญเหล่านี้ได้ทันเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจนับหมื่นล้านบาท รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน และปกป้องบทบาทของหาดใหญ่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภาคใต้


คำกล่าวจาก นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง

ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา

ที่ผ่านมา อยากขอบคุณรัฐบาลที่มีการให้เม็ดเงินมากระตุ้นการท่องเที่ยว การจัดงาน ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งภาคเอกชนใน กกร.ของเราก็พยายามเต็มที่ในการฟื้นเมืองหาดใหญ่กลับมาให้เร็วที่สุด

“วันนี้หาดใหญ่ไม่ได้ขอให้รัฐบาลศึกษาเพิ่มเติม เพราะข้อมูลและแนวทางแก้ไขมีพร้อมแล้ว สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการคือการตัดสินใจที่รวดเร็วพอในการผลักดันงบประมาณในลงสู่พื้นที่ ก่อนที่ฝนจะกลับมาอีกครั้ง”

“หากเราพลาดโอกาสในช่วง 100 วันจากนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของประชาชนหรือผู้ประกอบการ แต่หมายถึงความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจภาคใต้ทั้งระบบ ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุน การท่องเที่ยว และศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”

คำกล่าวจาก นางสาวอรวรรณ ศิริวราสันติ์
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา

“วันนี้ภาคเอกชนไม่ได้ต้องการเพียงคำสัญญา แต่ต้องการเห็นแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการน้ำและป้องกันน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับรู้ร่วมกันว่า เราพร้อมรับมือมากแค่ไหน

เวลานี้เราเหลือเวลาไม่ถึง 100 วันก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม ซึ่งถือเป็นหน้าต่างเวลาสำคัญอย่างยิ่ง ต่อให้เริ่มลงมือวันนี้ เรายังไม่แน่ใจว่าจะทันหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ หากเราไม่ทำอะไรเลย ความเสียหายจะเกิดขึ้นซ้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับภาคอุตสาหกรรม น้ำท่วมไม่ได้กระทบแค่เรื่องน้ำในพื้นที่ แต่หมายถึงสายการผลิตที่หยุดชะงัก การขนส่งที่สะดุด ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงทันที

เราไม่มีสิทธิปล่อยให้หาดใหญ่ต้องเผชิญเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกครั้ง เพราะต้นทุนของความล่าช้า วันนี้สูงเกินกว่าที่เศรษฐกิจของสงขลาและภาคใต้จะรับไหวแล้ว”


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *